ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ทุเรียนไทยยุคใหม่: เกษตรกรกว่าหมื่นรายจับมือเทคโนโลยี ดันราชาผลไม้สู่ตลาดโลก

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 13 นาที
แชร์บทความนี้
ทุเรียนไทยยุคใหม่: เกษตรกรกว่าหมื่นรายจับมือเทคโนโลยี ดันราชาผลไม้สู่ตลาดโลก
ภาพประกอบ: ทุเรียนสด ราชาแห่งผลไม้ไทย — ภาพโดย Jacek Pietruszewski, CC BY 4.0 via Wikimedia Commons

ราชาแห่งผลไม้ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ — เมื่อเกษตรกรทุเรียนกว่า 10,000 ราย ทั่วประเทศหันมาจับมือกับเทคโนโลยีดิจิทัล ตั้งแต่แอปบันทึกข้อมูลการปลูก ระบบตรวจสอบย้อนกลับ ไปจนถึงเซ็นเซอร์ในดินและระบบให้น้ำอัจฉริยะ ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงช่วยให้เกษตรกรรับมือกับสภาพอากาศที่ผันผวนได้ดีขึ้น แต่ยังเสริมความแข็งแกร่งให้ทุเรียนไทยรักษาบัลลังก์ในตลาดส่งออกที่มีมูลค่ามหาศาล

โครงการ "ทุเรียนดิจิทัล" ดูแลเกษตรกรหมื่นราย

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าขยายโครงการ OTOD Digital Durian ซึ่งตั้งเป้าดึงเกษตรกรทุเรียนเข้าร่วมกว่า 10,000 ราย ทั่วประเทศ หัวใจของโครงการคือการนำ แพลตฟอร์มดิจิทัล มาช่วยเกษตรกรบันทึกข้อมูลการเพาะปลูกและตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมยกระดับสู่มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)

depa ระบุว่าโครงการนี้คาดจะช่วย ลดต้นทุนการผลิตได้ราว 1.7 พันล้านบาท และ เพิ่มมูลค่าผลผลิตทุเรียนไทยได้ถึง 11.7 พันล้านบาท โดยในรอบที่ผ่านมาเคยช่วยลดต้นทุนไปแล้วราว 180 ล้านบาท และเพิ่มมูลค่าตลาดได้กว่า 1.28 พันล้านบาท นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังเพิ่มฟีเจอร์บันทึกข้อมูล ก๊าซเรือนกระจก ให้เกษตรกรติดตามคาร์บอนฟุตพรินต์ของสวนตัวเอง ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในตลาดโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ผลทุเรียนสดบนแผงผลไม้ไทย ราชาแห่งผลไม้ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ ภาพประกอบ: ทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ไทย — CC (Wikimedia Commons)

ความร่วมมือยังครอบคลุมหลายภาคส่วน ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และภาคเอกชนด้านช่องทางจำหน่าย เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มผลผลิต แต่เป็นการวาง มาตรฐานคุณภาพระดับชาติ ให้ทุเรียนไทยน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

สวนต้นแบบจันทบุรี: เมื่อดินมีเซ็นเซอร์

ที่ จังหวัดจันทบุรี เมืองหลวงแห่งทุเรียนของไทย มีสวนต้นแบบที่กลายเป็นภาพสะท้อนของ "เกษตรอัจฉริยะ" อย่างชัดเจน บริษัทเทคโนโลยีได้เข้ามาติดตั้ง ระบบให้น้ำผสมปุ๋ยอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ตรวจวัดดิน ที่อ่านค่าแร่ธาตุ ความชื้น และค่า pH รวมถึง ระบบพยากรณ์อากาศและเฝ้าระวังโรคแมลงแบบเรียลไทม์ ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งขึ้นระบบออนไลน์เพื่อชี้นำการทำเกษตรแบบ "วิทยาศาสตร์"

ผลลัพธ์ที่เห็นได้คือ ระบบให้น้ำผสมปุ๋ยช่วย ลดการใช้น้ำ ลง ขณะเดียวกันก็ เพิ่มประสิทธิภาพการใส่ปุ๋ยและควบคุมศัตรูพืชได้เป็นเท่าตัว สวนต้นแบบแห่งหนึ่งมีพื้นที่ราว 8 เฮกตาร์ ปลูกทุเรียนต้นเล็กกว่า 640 ต้น ทุกต้นได้รับน้ำและปุ๋ยในปริมาณที่คำนวณอย่างแม่นยำแทนการกะปริมาณด้วยสายตาแบบเดิม

"เกษตรกรท้องถิ่นต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก เราให้น้ำสวนด้วยการกะปริมาณ ทั้งที่สภาพอากาศในเขตร้อนเปลี่ยนแปลงรุนแรงขึ้นทุกปี" — นายชด จันทร์บุปผา เกษตรกรชาวจันทบุรี วัย 56 ปี

เทคโนโลยีตรวจคุณภาพ ฝีมือคนไทย

อีกหนึ่งความก้าวหน้าคือการพัฒนา เครื่องตรวจคุณภาพทุเรียน ด้วยเทคโนโลยีอินฟราเรดย่านใกล้ (near-infrared) ที่ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ เครื่องลักษณะคล้ายปืนยิงนี้สามารถตรวจความสุกแก่ของทุเรียนได้แม่นยำราว 80% และจะแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเก็บข้อมูลมากขึ้น

เทคโนโลยีนี้เป็นผลจากความร่วมมือของภาคเอกชนไทยรายใหญ่กับหน่วยงานวิจัยด้านการเกษตรและพันธมิตรเทคโนโลยีคลาวด์ ช่วยแก้ปัญหา "ทุเรียนอ่อน" ที่เคยบั่นทอนชื่อเสียงสินค้าส่งออกไทย เพราะหากปล่อยให้ทุเรียนคุณภาพต่ำหลุดไปถึงปลายทาง ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งตลาด

สวนทุเรียนเขียวชอุ่มในประเทศไทย แหล่งปลูกราชาผลไม้ส่งออก ภาพประกอบ: สวนทุเรียนในประเทศไทย — CC (Wikimedia Commons)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับเศรษฐกิจไทย

ทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้ แต่เป็น สินค้าส่งออกเรือธง ของภาคเกษตรไทย ปีที่ผ่านมาจีนนำเข้าทุเรียนรวม 1.56 ล้านตัน มูลค่าเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.27 แสนล้านบาท) โดยไทยครองส่วนแบ่งเกือบ 60% เฉพาะจังหวัดจันทบุรีคาดส่งออกทุเรียนได้ราว 800,000 ตันในปีนี้ และอาจพุ่งถึง 1.1 ล้านตันในปีหน้า โดยเกือบ 90% มุ่งสู่ตลาดจีน

เมื่อคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียเร่งบุกตลาดเดียวกัน การที่ไทย ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานด้วยเทคโนโลยี จึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญกว่าการแข่งกันเพียงปริมาณ ที่สำคัญคือเม็ดเงินเหล่านี้ไหลตรงสู่ เกษตรกรรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ทั่วภาคตะวันออกและภาคใต้ ช่วยยกระดับรายได้ครัวเรือนเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม

ทิศทางบวกนี้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวในหลายด้าน เช่นเดียวกับที่นักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองแชมป์เที่ยวไทย และการส่งออกไทยทำสถิติใหม่ — ภาคเกษตรอัจฉริยะจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่ช่วยขับเคลื่อนรายได้เข้าประเทศ

ก้าวต่อไปของเกษตรอัจฉริยะไทย

แม้เทคโนโลยีจะยังกระจุกอยู่ในสวนต้นแบบและเกษตรกรกลุ่มแรก ๆ แต่เป้าหมายระยะสองปีของ depa คือการ ขยายให้ถึงเกษตรกรกว่า 6,100 ครัวเรือน ในด้านการจัดการข้อมูล และ ฝึกอบรมเกษตรกรราว 12,200 ราย ในเรื่องการค้าออนไลน์และมาตรฐาน GAP พร้อมตั้งเป้าผลักดันตลาดส่งออกทุเรียนให้เติบโตได้อีกหลายพันล้านบาทภายในสองปี

ข้อมูลสรุป (ข้อมูล ณ มิ.ย. 2569):

  • โครงการ OTOD Digital Durian โดย depa ตั้งเป้าดูแลเกษตรกร กว่า 10,000 ราย
  • คาดลดต้นทุนการผลิตราว 1.7 พันล้านบาท · เพิ่มมูลค่าผลผลิตได้ถึง 11.7 พันล้านบาท
  • สวนต้นแบบจันทบุรีใช้ระบบน้ำ–ปุ๋ยอัตโนมัติ + เซ็นเซอร์ดิน เพิ่มประสิทธิภาพ เท่าตัว
  • จีนนำเข้าทุเรียน 1.56 ล้านตัน มูลค่าเกือบ 7 พันล้านดอลลาร์ ปีก่อน · ไทยครองส่วนแบ่งเกือบ 60%

สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการที่อยากวางแผนเก็บเกี่ยวหรือขนส่ง สามารถเช็กพยากรณ์อากาศรายจังหวัดได้ฟรี เพื่อหลบช่วงฝนหนักและวางแผนได้แม่นยำขึ้น การผสานภูมิปัญญาชาวสวนเข้ากับข้อมูลและเทคโนโลยี กำลังเขียนบทใหม่ให้ราชาผลไม้ไทย — ไม่ใช่แค่ปลูกได้มาก แต่ปลูกได้ดี มีคุณภาพ และยั่งยืนพอจะยืนหยัดในตลาดโลกได้อีกนาน

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

โครงการ OTOD Digital Durian คืออะไร?
เป็นโครงการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่นำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาช่วยเกษตรกรทุเรียนบันทึกและตรวจสอบย้อนกลับข้อมูลการเพาะปลูก ยกระดับมาตรฐาน GAP และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าดูแลเกษตรกรกว่า 10,000 ราย
เกษตรอัจฉริยะช่วยเพิ่มผลผลิตทุเรียนได้อย่างไร?
สวนต้นแบบในจันทบุรีใช้ระบบให้น้ำผสมปุ๋ยอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ตรวจวัดแร่ธาตุ–ความชื้น–ค่า pH ในดิน และระบบพยากรณ์อากาศแบบเรียลไทม์ ช่วยลดการใช้น้ำเกินจำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการใส่ปุ๋ยและควบคุมศัตรูพืชได้เป็นเท่าตัว
ทุเรียนไทยส่งออกไปจีนมากแค่ไหน?
จีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนหลักของไทย ปีที่ผ่านมาจีนนำเข้าทุเรียนรวม 1.56 ล้านตัน มูลค่าราว 6.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยครองส่วนแบ่งเกือบ 60% ส่วนจันทบุรีจังหวัดเดียวมีสัดส่วนส่งออกไปจีนเกือบ 90%
เกษตรกรเข้าร่วมโครงการอย่างไร?
เกษตรกรลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันของภาครัฐ บันทึกข้อมูลการเพาะปลูกในระบบ และยังมีฟีเจอร์บันทึกข้อมูลก๊าซเรือนกระจกเพื่อติดตามคาร์บอนฟุตพรินต์ ช่วยเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันของผลผลิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกไทยทุบสถิติ! เมษายน 2569 โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือนรวด อิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้นำทัพไทย
เศรษฐกิจ

ส่งออกไทยทุบสถิติ! เมษายน 2569 โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือนรวด อิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้นำทัพ

ส่งออกไทยเดือนเมษายน 2569 มูลค่า 31,583 ล้านดอลลาร์ โต 23.1% บวกต่อเนื่อง 22 เดือน หลังมีนาคมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยอิเล็กทรอนิกส์และผลไม้

อ่านข่าว
สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%ไทย
เศรษฐกิจ

สหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%

สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน

อ่านข่าว
ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%ไทย
เศรษฐกิจ

ไทยติด Top 4 โลก! IMF ยกไทยเป็นผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุด ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์พุ่ง 41.5%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยกไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุดของโลก พร้อมเกาหลีใต้-มาเลเซีย-ไต้หวัน ส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ 5 เดือนแรกพุ่ง 41.5% ไทยผลิตฮาร์ดดิสก์ให้โลก 80% ผ่าน WD-Seagate

อ่านข่าว