ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพิ่มเติม: ใครได้สิทธิ์ ลงทะเบียนยังไง ใช้ได้กี่บาท

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 30 นาที
แชร์บทความนี้
ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เพิ่มเติม: ใครได้สิทธิ์ ลงทะเบียนยังไง ใช้ได้กี่บาท
Photo: DFC 2866 by PattayaPatrol — CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons

ชมเพิ่มเติม: สรุปวิธีลงทะเบียน "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ทั้งฝั่งประชาชนและร้านค้า โดย THE STANDARD WEALTH

ถ้าคุณเปิดมือถือช่วงนี้แล้วเห็นคนพูดถึง "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" กันเต็มไทม์ไลน์ นั่นเพราะโครงการนี้กำลังจะเปิดให้ใช้จ่ายรอบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป — และครั้งนี้ต่างจากรอบแรกตรงที่เป็นรอบ "เพิ่มเติม" ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนที่พลาดจากการปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่โดยเฉพาะ คำถามที่คนถามกันมากที่สุดตอนนี้คือ ตัวเองมีสิทธิ์ไหม ต้องลงทะเบียนใหม่หรือเปล่า คำนวณเงินช่วย 60/40 ยังไงให้ไม่พลาด และซื้ออะไรได้บ้าง

บทความนี้รวบรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว — ตั้งแต่เกณฑ์คุณสมบัติแบบละเอียด ขั้นตอนลงทะเบียนทีละสเต็ป สูตรคำนวณเงินพร้อมตัวอย่างเป็นบาท ไปจนถึงวิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสช่วงนี้ อ่านจบแล้วไม่ต้องเปิดหาข้อมูลที่อื่นเพิ่ม

ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงประกาศคณะรัฐมนตรีและรายงานข่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือ ณ ปลายเดือนกันยายน 2569 เงื่อนไข วันที่ และรายละเอียดบางส่วนอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมได้ ควรตรวจสอบประกาศทางการผ่านแอปเป๋าตังหรือเว็บไซต์กระทรวงการคลังอีกครั้งก่อนดำเนินการ

ไทยช่วยไทยพลัสคืออะไร ทำไมถึงมีรอบ "เพิ่มเติม"

ร้านข้าวมันไก่ริมทางในไทย ตัวอย่างร้านค้ารายย่อยที่ใช้สิทธิ์ได้ ภาพ: ร้านอาหารริมทางในไทย — ตัวอย่างร้านค้ารายย่อยที่โครงการลักษณะนี้มุ่งช่วยเหลือ (Openverse, CC)

ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลนำรูปแบบ "ร่วมจ่าย" มาจากโครงการคนละครึ่งที่คนไทยคุ้นเคยกันดี แต่ปรับสัดส่วนจาก 50/50 เป็น 60/40 คือรัฐออกให้ 60% ผู้ใช้สิทธิ์จ่ายเอง 40% โดยรอบแรกเปิดให้ลงทะเบียนช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 และใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 รวม 4 เดือน ให้วงเงินรัฐช่วยจ่ายสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน (รวมตลอดโครงการสูงสุด 4,000 บาท) และได้รับความนิยมสูงมาก — ข้อมูลยอดใช้จ่ายวันที่ 22 กันยายน 2569 เพียงวันเดียวมีมูลค่าสูงถึง 827.9 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้า (มิ.ย.-ส.ค.) ที่ 760.8 ล้านบาทต่อวันถึงราว 8.8% แม้จะใกล้สิ้นสุดโครงการแล้วก็ตาม สะท้อนว่าคนยังใช้สิทธิ์กันต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้าย

ปัญหาที่ตามมาคือ ช่วงเวลาเดียวกันนี้รัฐบาลก็กำลังปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 ให้เข้มขึ้น (ดูรายละเอียดเกณฑ์รายได้-ทรัพย์สินได้ในบทความบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569) ผลคือมีคนจำนวนไม่น้อยที่เคยได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือแบบใดแบบหนึ่งอยู่แล้ว แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ที่เข้มขึ้น คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้ต่อยอดโครงการไทยช่วยไทยพลัสออกมาเป็นรอบ "เพิ่มเติม" อีกครั้ง เพื่อพยุงกำลังซื้อของกลุ่มเปราะบางที่หลุดจากเกณฑ์ใหม่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 เป็น 1,000 บาทต่อเดือนให้คนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ 2569 ในเดือนตุลาคมนี้ด้วย เหตุผลหลักที่รัฐให้ไว้คือช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ลดภาระค่าครองชีพ รักษากำลังซื้อของประชาชน และช่วยผู้ประกอบการรายย่อยให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยงบประมาณที่เหลือใช้สำหรับมาตรการนี้อยู่ที่ราว 4.4 หมื่นล้านบาท

ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพิ่มเติม ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 รวม 2 เดือน — สั้นกว่ารอบแรก และให้วงเงินรวมทั้งโครงการเพียง 1,000 บาทต่อคน (ไม่ใช่ 1,000 บาทต่อเดือน) จุดนี้เป็นจุดที่คนสับสนกันมากที่สุด เพราะชื่อโครงการเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เงื่อนไขวงเงินจริง ๆ ต่างจากรอบแรก

ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมบ้าง

ต่างจากรอบแรกที่เปิดกว้างให้คนไทยที่มีคุณสมบัติพื้นฐานสมัครได้เกือบทุกคน รอบเพิ่มเติมนี้เจาะจงกลุ่มเป้าหมายชัดเจนกว่า มีสิทธิ์อยู่ 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มรายละเอียด
กลุ่ม 1ผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบแรกอยู่แล้ว (ไม่ว่าจะผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หรือไม่ก็ตาม)
กลุ่ม 2ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ครอบคลุมทั้งผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบเดิมปี 2565 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ และผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการฯ มาก่อนแต่จัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางตามฐานข้อมูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ทั้งสองกลุ่มต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานครบทุกข้อต่อไปนี้ด้วย:

  • มีสัญชาติไทย
  • อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป นับ ณ วันที่ยืนยันสิทธิ์
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน (ไม่ใช่บัตรหมดอายุ)
  • ไม่เคยถูกระงับสิทธิ์ ถูกเรียกเงินคืน หรือถูกตัดสิทธิ์จากโครงการรัฐก่อนหน้า เช่น คนละครึ่งเฟส 1-5 คนละครึ่งพลัส หรือไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบแรก

⚠️ จุดที่ต้องระวัง: โครงการนี้ ไม่ได้เปิดกว้างให้คนไทยผู้ใหญ่ทุกคนสมัครได้ทันที เหมือนที่หลายคนเข้าใจผิดจากพาดหัวข่าว ต้องอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างต้นก่อน ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิดแอปเป๋าตังในวันที่ 1 ตุลาคมแล้วดูว่ามีแบนเนอร์โครงการขึ้นมาให้กดยืนยันหรือไม่ ถ้าไม่มีแบนเนอร์แปลว่ายังไม่เข้าเกณฑ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

รัฐช่วยจ่ายเท่าไหร่ คำนวณ 60/40 ยังไง

ตัวเลขที่ทุกคนอยากรู้คือ "ต้องเติมเงินเท่าไหร่ ถึงจะซื้อของได้เต็มสิทธิ์" มาดูวิธีคิดแบบละเอียด:

  • รัฐช่วยจ่าย 60% ของยอดซื้อ ผู้ใช้สิทธิ์จ่ายเอง 40%
  • ส่วนที่รัฐช่วยจ่ายมีเพดาน ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • เมื่อคิดกลับเป็นยอดซื้อสูงสุดที่ยังได้รับส่วนลดเต็ม: 200 ÷ 0.6 ≈ 333 บาทต่อวัน (รัฐช่วย 200 บาท ผู้ใช้จ่ายเอง 133 บาท)
  • ตลอดระยะเวลาโครงการ 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย.) รัฐช่วยจ่ายรวมทั้งหมด ไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน
ยอดซื้อรัฐช่วยจ่าย (60%)จ่ายเอง (40%)
100 บาท60 บาท40 บาท
200 บาท120 บาท80 บาท
333 บาท (สูงสุดต่อวัน)200 บาท133 บาท
500 บาท200 บาท (ติดเพดานวันละ 200)300 บาท

จากตารางจะเห็นว่าถ้าซื้อของเกิน 333 บาทในวันเดียว ส่วนที่เกินจากเพดาน 200 บาทของรัฐจะต้องจ่ายเต็มจำนวนเอง ไม่ได้รับส่วนลดเพิ่มอีก ดังนั้นถ้าต้องการใช้สิทธิ์ให้คุ้มที่สุด ควรแบ่งซื้อของหลาย ๆ วัน วันละไม่เกิน 333 บาท แทนที่จะซื้อทีเดียวยอดสูง ๆ ในวันเดียว เพราะยอดเกินเพดานจะไม่ได้อะไรคืนกลับมาเลย

เมื่อใช้สิทธิ์ครบวงเงินรวม 1,000 บาทแล้ว (คิดง่าย ๆ คือใช้เต็มเพดานวันละ 200 บาทติดต่อกันประมาณ 5 วัน หรือใช้ทยอยวันละน้อยกว่านั้นแต่นานวันกว่า) จะไม่ได้รับส่วนลดเพิ่มอีกแม้โครงการยังไม่สิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน — ต่างจากรอบแรกที่วงเงินรีเซ็ตใหม่ทุกเดือน (เดือนละ 1,000 บาท) รอบเพิ่มเติมนี้วงเงิน 1,000 บาทคือยอดรวมทั้ง 2 เดือน ไม่ได้แยกเป็นเดือนละ 1,000 บาทเหมือนเดิม จึงควรวางแผนใช้สิทธิ์ให้กระจายตลอดช่วงเวลา ไม่ใช้หมดตั้งแต่สัปดาห์แรก

ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ์ยังไง ทำตอนไหน

คนไทยใช้โทรศัพท์มือถือจ่ายเงินที่ตลาดสด ภาพ: การใช้แอปมือถือจ่ายเงินที่ตลาดในไทย (Openverse, CC BY-SA)

ขั้นตอนหลักทำผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น แบ่งเป็น 2 กรณี:

กรณีเคยมีสิทธิ์รอบแรกอยู่แล้ว (มีแอปเป๋าตังและยืนยันตัวตนแล้ว)

  1. เปิดแอปเป๋าตัง
  2. กดที่แบนเนอร์ "โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม" ที่จะขึ้นในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569
  3. อ่านข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ
  4. กดยืนยันรับสิทธิ์
  5. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ทันทีตั้งแต่วันที่ยืนยันสำเร็จ จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

กรณียังไม่เคยมีแอปเป๋าตัง หรือยังไม่เคยยืนยันตัวตน

  1. ดาวน์โหลดแอป "เป๋าตัง" จาก App Store หรือ Play Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น
  2. สมัครสมาชิกด้วยเบอร์โทรศัพท์
  3. ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเทียบกับข้อมูลบัตรประชาชนผ่านกล้องมือถือ
  4. เข้าโครงการและกดยืนยันรับสิทธิ์เหมือนขั้นตอนข้างต้น

⚠️ ถ้าสแกนใบหน้าไม่ผ่าน (พบบ่อยกับมือถือรุ่นเก่าที่กล้องหน้าความละเอียดต่ำ หรือแสงในที่ที่สแกนไม่พอ) ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย แทน หรือยืนยันผ่านแอป Krungthai NEXT ก็ได้ ควรทำขั้นตอนยืนยันตัวตนให้เสร็จ ก่อน วันที่ 1 ตุลาคม เพราะในอดีตช่วงใกล้ปิดรับลงทะเบียนมักมีคนแห่ทำพร้อมกันจนระบบหน่วงหรือใช้เวลานานผิดปกติ

สำหรับฝั่งร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมรับสิทธิ์ลูกค้า ต้องลงทะเบียนผ่านแอป "ถุงเงิน" ซึ่งเปิดรับตลอดช่วง 1 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569

ใช้สิทธิ์ซื้ออะไรได้บ้าง ที่ไหนได้บ้าง

ร้านค้าไทยติดป้ายเข้าร่วมโครงการร่วมจ่ายภาครัฐ พร้อม QR code ภาพ: ร้านค้าที่ติดป้ายเข้าร่วมโครงการร่วมจ่ายกับภาครัฐ พร้อม QR code ชำระเงิน (Openverse, CC BY-SA)

ซื้อได้:

  • อาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ (เปิดใช้สิทธิ์ในร้าน 06:00-23:00 น.)
  • สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปจากร้านค้าที่เข้าร่วม โดยเฉพาะร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ร้านค้าทั่วไป และร้านของวิสาหกิจชุมชน
  • สั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ (เปิดใช้สิทธิ์ 06:00-21:00 น. — เวลาปิดเร็วกว่าการซื้อหน้าร้าน)

ซื้อไม่ได้:

  • สลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากทุกประเภท
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ผลิตภัณฑ์ยาสูบ
  • บัตรกำนัลหรือบัตรของขวัญ (gift card)
  • การจ่ายค่าบริการล่วงหน้า (เช่น ผ่อนจ่ายบริการล่วงหน้าเป็นก้อน)

ร้านค้าที่รับสิทธิ์ได้ต้องลงทะเบียนผ่านแอปถุงเงินก่อน โดยทั่วไปร้านค้าเครือใหญ่อย่างร้านสะดวกซื้อเครือใหญ่ ร้านเสริมสวย หรือสปา มักไม่เข้าร่วมกลุ่มที่ได้รับความนิยมในโครงการลักษณะนี้ ขณะที่ร้านอาหารตามสั่ง ร้านของชำ ตลาดสด และร้านชุมชนมักเป็นกลุ่มหลักที่เข้าร่วม — วิธีเช็กที่แน่นอนที่สุดคือถามร้านค้าตรง ๆ ว่ารับ "ไทยช่วยไทยพลัส" ผ่านแอปถุงเงินหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อ

เทียบกับสิทธิ์อื่นที่ประกาศพร้อมกันเดือนตุลาคมนี้

เดือนตุลาคม 2569 มีสิทธิ์ประโยชน์จากรัฐเปิดใช้พร้อมกันหลายรายการ ควรแยกให้ออกว่าอะไรเป็นอะไร:

  • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 — ผู้ผ่านเกณฑ์ได้วงเงินซื้อของเพิ่มจาก 300 เป็น 1,000 บาทต่อเดือน ในเดือนตุลาคม (อ่านเกณฑ์คุณสมบัติแบบละเอียดในบทความบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569) — นี่คือวงเงินสำหรับผู้ ผ่าน เกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ใหม่
  • ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพิ่มเติม — สำหรับผู้ ไม่ผ่าน เกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ ใหม่ (และผู้ที่เคยได้สิทธิ์รอบแรกอยู่แล้ว) ให้วงเงินช่วยจ่ายรวม 1,000 บาทตลอด 2 เดือน แบบร่วมจ่าย 60/40
  • เงินเยียวยาน้ำท่วม — คนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เป็นเงินช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยโดยตรง 9,000 บาทต่อครัวเรือน จ่ายครั้งเดียว ไม่เกี่ยวกับเกณฑ์รายได้หรือบัตรสวัสดิการฯ เลย (รายละเอียดในบทความเงินเยียวยาน้ำท่วม 2569)

คนคนเดียวกันอาจมีสิทธิ์ได้มากกว่าหนึ่งรายการพร้อมกัน (เช่น ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการฯ และบ้านโดนน้ำท่วมด้วย) เพราะเป็นคนละกองทุนคนละเงื่อนไข ควรเช็กสิทธิ์ทุกช่องทางแยกกันแทนที่จะสันนิษฐานว่าได้อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วจะไม่ได้อีกอย่าง

ระวังมิจฉาชีพช่วงเปิดลงทะเบียน

ทุกครั้งที่มีโครงการแจกเงิน/ช่วยเหลือจากรัฐขนาดใหญ่ มิจฉาชีพจะฉวยโอกาสทันที กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยตรวจพบข้อความที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ในเชิงหลอกลวงมากกว่า 327,000 ข้อความ ในช่วงที่ผ่านมา รูปแบบที่พบบ่อยคือ:

  • สร้างเพจปลอมในโซเชียลมีเดียอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ
  • ส่ง SMS หรือทักแชตพร้อมลิงก์ปลอม อ้างว่า "เพิ่มสิทธิ์" หรือ "ด่วน ลงทะเบียนก่อนหมดเขต"
  • หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือ OTP ผ่านหน้าเว็บปลอมที่หน้าตาเหมือนเป๋าตัง

หลักที่หน่วยงานรัฐย้ำเสมอคือ "4 ไม่":

  1. ไม่กดลิงก์ ที่ส่งมาทาง SMS หรือแชตไม่ว่าจะอ้างเป็นหน่วยงานใด
  2. ไม่เชื่อ ข้อความที่บอกว่าจะได้เงินเพิ่มหรือมีสิทธิ์พิเศษนอกเหนือจากประกาศทางการ
  3. ไม่รีบ ทำตามคำขู่ว่าจะพลาดสิทธิ์ถ้าไม่กดทันที (หน่วยงานรัฐไม่มีทางส่งข้อความแบบเร่งรัดกดดันแบบนี้)
  4. ไม่โอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัว/รหัส OTP กับใครก็ตามทางโทรศัพท์หรือแชต

ลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ได้ทางเดียวเท่านั้นคือผ่านแอปเป๋าตังที่ดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Play Store อย่างเป็นทางการ หน่วยงานรัฐยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีการส่ง SMS หรือลิงก์ให้กดลงทะเบียน ถ้าได้รับข้อความลักษณะนี้ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพไว้ก่อนเสมอ

ข้อผิดพลาดที่คนมักพลาด

  • เข้าใจผิดว่าวงเงิน 1,000 บาทเป็นรายเดือน — รอบเพิ่มเติมนี้ 1,000 บาทคือยอดรวมทั้ง 2 เดือน ไม่ใช่รายเดือนเหมือนรอบแรก ใช้หมดเร็วเกินไปแล้วจะไม่มีเพิ่มให้อีกจนจบโครงการ
  • ปล่อยยืนยันตัวตนไว้วันสุดท้าย — ช่วงใกล้ปิดรับลงทะเบียนคนแห่ทำพร้อมกันจนระบบช้าหรือค้าง ควรทำตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้ทำได้
  • ซื้อของยอดสูงในวันเดียว — ยอดซื้อเกิน 333 บาทต่อวัน ส่วนเกินเพดานจ่ายเต็มเองไม่ได้ส่วนลด ควรกระจายซื้อหลายวันแทน
  • สับสนกับสิทธิ์อื่นที่ประกาศพร้อมกัน — บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไทยช่วยไทยพลัส และเงินเยียวยาน้ำท่วม เป็นคนละโครงการคนละเงื่อนไข ต้องเช็กแยกกันทุกช่องทาง
  • หลงเชื่อลิงก์ปลอมที่ส่งมาทาง SMS — ทำให้ข้อมูลส่วนตัวหลุดหรือถูกดูดเงินจากบัญชี ทั้งที่โครงการจริงลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังเท่านั้น
  • คิดว่าคนไทยผู้ใหญ่ทุกคนมีสิทธิ์อัตโนมัติ — ต้องอยู่ใน 2 กลุ่มที่ระบุไว้ข้างต้นเท่านั้น ไม่ใช่เปิดกว้างทั่วไปเหมือนรอบแรก

สรุป

ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพิ่มเติม เป็นมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น 2 เดือน (1 ต.ค. - 30 พ.ย. 2569) เจาะจงกลุ่มคนที่เคยได้สิทธิ์รอบแรกอยู่แล้ว หรือไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 ให้ยังมีวงเงินช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประจำวันต่อไปอีกระยะ วงเงินรวมไม่มากนัก (1,000 บาทต่อคนตลอดโครงการ) เมื่อเทียบกับรอบแรก แต่ก็ยังคุ้มค่าถ้าใช้สิทธิ์อย่างถูกวิธี — ยืนยันสิทธิ์ให้ทันภายใน 1-15 ตุลาคม กระจายการใช้จ่ายไม่เกินวันละ 333 บาท และระวังมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสช่วงนี้เป็นพิเศษ ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือไม่ วิธีที่เร็วที่สุดคือเปิดแอปเป๋าตังแล้วดูแบนเนอร์โครงการโดยตรงในวันที่ 1 ตุลาคม

แหล่งอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพิ่มเติม คืออะไร ต่างจากรอบแรกยังไง?
เป็นโครงการที่รัฐบาลขยายเพิ่มจากไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบแรก (มิ.ย.-ก.ย. 2569 ซึ่งให้วงเงินรวมสูงสุด 4,000 บาทตลอด 4 เดือน) โดยรอบเพิ่มเติมนี้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 (2 เดือน) และให้วงเงินรัฐช่วยจ่ายรวมสูงสุด 1,000 บาทต่อคนตลอดทั้งโครงการ (ไม่ใช่ 1,000 บาทต่อเดือนแบบรอบแรก) เป้าหมายหลักคือช่วยกลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 ให้ยังมีวงเงินช่วยเหลือค่าครองชีพต่อไปอีกระยะหนึ่ง
ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เพิ่มเติมบ้าง?
มีสิทธิ์ 2 กลุ่มหลัก คือ (1) ผู้ที่เคยได้รับสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) รอบแรกอยู่แล้ว และ (2) ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบเดิมปี 2565 และผู้ที่ลงทะเบียนใหม่โดยไม่เคยมีบัตรมาก่อน ทุกคนต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันยืนยันสิทธิ์ มีบัตรประจำตัวประชาชน และต้องไม่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการรัฐก่อนหน้า เช่น คนละครึ่งเฟส 1-5 คนละครึ่งพลัส หรือไทยช่วยไทยพลัสรอบแรก โครงการนี้จึงไม่เปิดกว้างให้คนไทยที่มีอายุครบทุกคนสมัครได้ทันที ต้องอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างต้น
รัฐช่วยจ่ายเงินยังไง คำนวณ 60/40 แบบไหน ใช้ได้สูงสุดวันละกี่บาท?
รัฐช่วยออกให้ 60% ของยอดซื้อสินค้า/บริการที่เข้าเงื่อนไข ผู้ใช้สิทธิ์จ่ายเองอีก 40% แต่ส่วนที่รัฐช่วยจ่ายมีเพดานไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งหมายความว่ายอดซื้อสูงสุดต่อวันที่ยังได้รับส่วนลดเต็มคือประมาณ 333 บาท (รัฐช่วย 200 บาท ผู้ใช้จ่ายเอง 133 บาท) หากซื้อเกินยอดนี้ในวันเดียว ส่วนเกินจะต้องจ่ายเต็มจำนวนเองทั้งหมด และตลอดระยะเวลาโครงการ 2 เดือน (ต.ค.-พ.ย. 2569) รัฐช่วยจ่ายรวมทั้งหมดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน เมื่อใช้สิทธิ์ครบวงเงินนี้แล้วจะไม่ได้รับส่วนลดเพิ่มอีกแม้โครงการยังไม่สิ้นสุด
ลงทะเบียน/ยืนยันสิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัสเพิ่มเติมยังไง ทำเมื่อไหร่?
ยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เท่านั้น ในช่วงวันที่ 1-15 ตุลาคม 2569 โดยเข้าแอป กดที่แบนเนอร์โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพิ่มเติม" อ่านและยอมรับข้อตกลง แล้วกดยืนยันรับสิทธิ์ ผู้ที่ไม่เคยติดตั้งแอปเป๋าตังต้องดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าเทียบกับข้อมูลบัตรประชาชนก่อน หากสแกนใบหน้าไม่ผ่าน (เช่น แสงไม่พอ กล้องมือถือคุณภาพต่ำ) ให้นำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยแทน หรือยืนยันผ่านแอป Krungthai NEXT ควรยืนยันตัวตนให้เสร็จก่อนถึงวันเปิดลงทะเบียนจริง เพราะช่วงใกล้วันปิดรับมักมีคนแห่ยืนยันพร้อมกันจนระบบล่าช้า
ใช้สิทธิ์ซื้ออะไรได้บ้าง ซื้ออะไรไม่ได้บ้าง?
ซื้อได้ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ (เปิดใช้ในร้าน 06:00-23:00 น.) หรือสั่งผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วม (06:00-21:00 น.) แต่ใช้สิทธิ์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ บัตรกำนัล/บัตรของขวัญ และการจ่ายค่าบริการล่วงหน้าไม่ได้ ร้านค้าที่รับสิทธิ์ต้องลงทะเบียนผ่านแอป "ถุงเงิน" และมักเป็นร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไป ร้านธงฟ้า และร้านของวิสาหกิจชุมชน มากกว่าร้านสะดวกซื้อเครือใหญ่หรือร้านเสริมสวย/สปา
ระวังอะไรบ้างเรื่องมิจฉาชีพช่วงลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส?
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเคยเตือนว่าพบข้อความหลอกลวงเกี่ยวกับโครงการนี้กว่า 327,000 ข้อความในช่วงที่ผ่านมา มิจฉาชีพมักสร้างเพจปลอมหรือส่ง SMS/แชตพร้อมลิงก์ปลอมอ้างว่าช่วยเพิ่มสิทธิ์หรือเร่งให้รีบลงทะเบียน หลักการที่ต้องยึดคือ "4 ไม่" — ไม่กดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS/แชตไม่ว่าจะอ้างหน่วยงานใด ไม่เชื่อข้อความที่บอกว่าจะได้เงินเพิ่มหรือมีสิทธิ์พิเศษ ไม่รีบทำตามคำขู่ว่าจะพลาดสิทธิ์ถ้าไม่รีบกด และไม่โอนเงินหรือกรอกข้อมูลส่วนตัว/รหัส OTP ให้ใครทางโทรศัพท์ ลงทะเบียนและยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปเป๋าตังที่ดาวน์โหลดจาก App Store/Play Store อย่างเป็นทางการเท่านั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569: เกณฑ์ใหม่ เช็กสิทธิ์ยังไง เริ่มใช้เมื่อไหร่
การเงิน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569: เกณฑ์ใหม่ เช็กสิทธิ์ยังไง เริ่มใช้เมื่อไหร่

เกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รายได้ ทรัพย์สิน รถ บัตรเครดิต วิธีเช็กสถานะ 3 แบบ ยื่นทบทวนสิทธิ์ยังไง และวันเริ่มใช้สิทธิจริง 1 ต.ค. 2569

อ่าน 33 นาทีอ่านบทความ
เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569: เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนรับ 9,000 บาท ยังไง
การเงิน

เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569: เช็กเงื่อนไข ลงทะเบียนรับ 9,000 บาท ยังไง

สรุปเกณฑ์เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ใครมีสิทธิ์ได้ 9,000 บาท/ครัวเรือน วิธีลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ-อปท. การผูกพร้อมเพย์ เช็กสถานะ และวิธีระวังมิจฉาชีพ

อ่าน 35 นาทีอ่านบทความ
สินเชื่อบ้าน 2026: กู้ยังไงให้ผ่าน ผ่อนเท่าไหร่ไหว ฉบับเข้าใจง่าย
การเงิน

สินเชื่อบ้าน 2026: กู้ยังไงให้ผ่าน ผ่อนเท่าไหร่ไหว ฉบับเข้าใจง่าย

คู่มือสินเชื่อบ้าน 2026 เทียบดอกเบี้ยแต่ละธนาคาร วิธีคำนวณผ่อนไหวไหมด้วย DSR เกณฑ์ LTV ค่าธรรมเนียมโอน-จำนอง ลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยบ้าน และโครงการรัฐ

อ่าน 38 นาทีอ่านบทความ