ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

กรุงเทพฯ คว้าแชมป์เมืองไนต์ไลฟ์ดีที่สุดในโลกปี 2026 จาก Time Out

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 14 นาที
แชร์บทความนี้
กรุงเทพฯ คว้าแชมป์เมืองไนต์ไลฟ์ดีที่สุดในโลกปี 2026 จาก Time Out
Khao San Road at night by Kevin Poh from Petaling Jaya, Malaysia — CC BY 2.0 via Wikimedia Commons

กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับให้เป็น เมืองที่มีไนต์ไลฟ์ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026 โดยนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Time Out พลิกจากอันดับ 13 เมื่อปีก่อน ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แซงหน้าเมืองใหญ่อย่างเบอร์ลิน นิวยอร์ก เมลเบิร์น และเซาเปาโล — ผลสำรวจนี้เผยแพร่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และยังคงเป็นกระแสที่คนไทยพูดถึงต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้

อันดับที่พลิกจากที่ 13 สู่ที่ 1 ในปีเดียว

การจัดอันดับ Best Cities for Nightlife 2026 ของ Time Out มาจากการสำรวจความเห็นของคนในพื้นที่มากกว่า 24,000 คน ใน 150 เมืองทั่วโลก ผสานกับการประเมินของทีมบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญประจำเมืองของ Time Out อีกกว่า 100 คน โดยให้คะแนนตามความมีชีวิตชีวา ความหลากหลาย ราคาที่เข้าถึงได้ ความรู้สึกเป็นชุมชน และความปลอดภัยในยามค่ำคืน

ผลปรากฏว่า กรุงเทพฯ ได้คะแนนสูงลิ่ว — คนในพื้นที่ถึง 73% ให้คะแนนไนต์ไลฟ์ของเมืองว่า "ดี" ถึง "สุดยอด" และอีก 73% บอกว่าหาความรู้สึกเป็นชุมชนได้ง่ายในเมืองนี้ ขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญของ Time Out ให้คะแนนอนุมัติสูงถึง 95%

10 อันดับเมืองไนต์ไลฟ์ดีที่สุดในโลกปี 2026:

อันดับเมืองประเทศ
1กรุงเทพฯไทย
2เบอร์ลินเยอรมนี
3นิวยอร์กซิตีสหรัฐฯ
4เมลเบิร์นออสเตรเลีย
5เซาเปาโลบราซิล
6เมเดยินโคลอมเบีย
7โจฮันเนสเบิร์กแอฟริกาใต้
8ไบรตันสหราชอาณาจักร
9ปักกิ่งจีน
10อัมสเตอร์ดัมเนเธอร์แลนด์

น่าสังเกตว่าในท็อป 10 มีเมืองยุโรปเพียง 3 แห่งเท่านั้น สะท้อนว่าศูนย์กลางไนต์ไลฟ์โลกกำลังกระจายออกจากยุโรปมากขึ้น นอกจากอันดับไนต์ไลฟ์แล้ว กรุงเทพฯ ยังติดอันดับ 8 ในลิสต์เมืองที่ดีที่สุดในโลกโดยรวม ของ Time Out ประจำปี 2026 และอยู่ในอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากปักกิ่งเท่านั้น

อะไรทำให้กรุงเทพฯ ชนะใจคนทั่วโลก

ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่มีนักท่องเที่ยวและแสงไฟสีสันสดใส ภาพ: Kevin Poh from Petaling Jaya, Malaysia — CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)

ทีมนักเขียนของ Time Out อธิบายว่าจุดแข็งของกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ที่ร้านใดร้านหนึ่ง แต่คือ ความหลากหลายที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ตั้งแต่บาร์ดาดฟ้าสุดหรูอย่าง ÆTHER บนชั้น 44 ของ Dusit Central Park และ Sato San บนชั้น 32 ของโรงแรม Moxy ไปจนถึงย่านซอยนานาที่เต็มไปด้วยบาร์ค็อกเทลสร้างสรรค์อย่าง G.O.D, Tep Bar และ Sing Sing Theater รวมถึงย่านสีลมที่เป็นศูนย์กลางไนต์ไลฟ์ของกลุ่ม LGBTQ+

บทความยังชี้ว่า "ทั่วทั้งเมือง ปาร์ตี้ไหลจากเก้าอี้บาร์ออกมาสู่ทางเท้าที่คึกคักจนดึกดื่น" และสิ่งที่ทำให้กรุงเทพฯ พิเศษกว่าที่อื่นคือความเป็นมิตร — "ไม่มีมุมไหนของเมืองที่ไม่เป็นมิตรหรือน่ากลัว แม้แต่กับคนที่เพิ่งมาเที่ยวครั้งแรก" อาหารข้างทางยามดึกอย่างผัดกะเพราและร้านรวงที่เปิดถึงเช้าก็เป็นอีกปัจจัยที่ถูกยกให้เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเมือง

Grace Beard บรรณาธิการท่องเที่ยวของ Time Out ให้ความเห็นถึงเทรนด์ไนต์ไลฟ์โลกปีนี้ว่า:

"คืนที่ดีไม่ได้ถูกนิยามด้วยร้านประเภทเดียวอีกต่อไปแล้ว ในปี 2026 ปาร์ตี้ริมถนนและงานปาร์ตี้บนดาดฟ้ากำลังใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา"

นโยบายตี 4 เบื้องหลังความสำเร็จ

ผลสำรวจของ Time Out ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ — มันมาหลังรัฐบาลไทยเดินหน้าปฏิรูปกฎหมายไนต์ไลฟ์ครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้ผลักดันแผนขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงจาก 2 นาฬิกา เป็น 4 นาฬิกา ทั่วประเทศ พร้อมยกเลิกระบบโซนนิ่งแอลกอฮอล์ และเลิกช่วงเวลาห้ามขายเหล้า 14:00–17:00 น. โดยมีเป้าหมายเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม 2569

รัฐบาลประเมินว่ามาตรการนี้จะสร้างรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี และช่วยฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวกลางคืนของประเทศให้แข่งขันกับคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ได้ อนุทินกล่าวถึงเจตนารมณ์ของนโยบายนี้ไว้ว่า:

"นี่ไม่ใช่แค่เรื่องท่องเที่ยวและไนต์ไลฟ์เท่านั้น แต่คือการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และปลดล็อกรายได้ที่ซ่อนอยู่"

ก่อนหน้านี้ กฎกระทรวงปี 2566 อนุญาตให้สถานบันเทิงในบางโซนของกรุงเทพฯ (สีลม-พัฒน์พงศ์, รอยัลซิตี้อเวนิว-เพชรบุรีตัดใหม่, รัชดาภิเษก) พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย เปิดถึงตี 4 ได้อยู่แล้ว ส่วนแผนขยายทั่วประเทศจะแทนที่ระบบใบอนุญาตด้วยการจดทะเบียนที่ง่ายขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจถูกกฎหมายได้สะดวกกว่าเดิม

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ตึกระฟ้าย่านใจกลางกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน บรรยากาศที่มองเห็นได้จากบาร์ดาดฟ้าหลายแห่งในเมือง ภาพ: Slyronit — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)

การจัดอันดับระดับโลกแบบนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ไนต์ไลฟ์เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวเลือกจุดหมายปลายทาง และเมื่อกรุงเทพฯ ถูกยกให้เป็นอันดับ 1 ของโลกในหมวดนี้ ย่อมส่งผลบวกต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งห่วงโซ่ — ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ คนขับแท็กซี่ ไปจนถึงพนักงานในอุตสาหกรรมบันเทิงยามค่ำคืนหลายแสนคน

รางวัลนี้ยังตอกย้ำทิศทางที่รัฐบาลพยายามผลักดันมาตลอด นั่นคือการทำให้ไทยแข่งขันได้ในตลาดท่องเที่ยวโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่ต่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านท่องเที่ยวของตนเองอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่านโยบายปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าสมัยเริ่มเห็นผลจริงในสายตาของนักท่องเที่ยวและสื่อต่างประเทศ ต่อเนื่องจากข่าวดีด้านท่องเที่ยวไทยก่อนหน้านี้ ทั้งเกาะสมุยคว้าอันดับ 1 เกาะที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และนักท่องเที่ยวจีนกลับมาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านท่องเที่ยวยังเตือนว่าความท้าทายต่อไปคือการรักษามาตรฐาน — ทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และการควบคุมราคาไม่ให้พุ่งสูงจนเกินไปตามกระแสความนิยม เพื่อให้ชื่อเสียงที่ได้มานี้ยั่งยืนในระยะยาว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

แผนขยายเวลาเปิดผับบาร์ทั่วประเทศยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้โดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุข ก่อนจะออกเป็นกฎกระทรวงอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องติดตามว่าจะทันกำหนดการเดิมที่วางไว้หรือไม่ ขณะเดียวกัน Time Out ระบุว่าจะจัดอันดับเมืองไนต์ไลฟ์นี้เป็นประจำทุกปี ทำให้อันดับ 1 ของกรุงเทพฯ ในปีนี้จะกลายเป็นมาตรฐานที่เมืองต้องพยายามรักษาไว้ในปีต่อ ๆ ไป

สำหรับนักท่องเที่ยวและคนไทยเอง รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่ากรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลกยามค่ำคืน — ไม่ว่าจะเป็นบาร์ดาดฟ้าหรูหรา ตลาดข้างถนนที่มีชีวิตชีวา หรือคลับดนตรีเล็ก ๆ ในซอย ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ทำให้เมืองนี้ครองใจคนทั้งโลกได้ในปีนี้


แหล่งข่าว: Time Out Bangkok · Time Out (global) · Euronews · The Thaiger · Nation Thailand (ข้อมูล ณ 1 กันยายน 2569)

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

Time Out จัดอันดับเมืองไนต์ไลฟ์ดีที่สุดในโลกอย่างไร?
Time Out สำรวจความเห็นของคนในพื้นที่มากกว่า 24,000 คนจาก 150 เมืองทั่วโลก ผสานกับการประเมินของทีมบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญประจำเมืองกว่า 100 คน โดยพิจารณาทั้งคุณภาพไนต์ไลฟ์ ราคาที่เข้าถึงได้ ความรู้สึกเป็นชุมชน และความรู้สึกปลอดภัย เป็นมิตร และมีชีวิตชีวาในยามค่ำคืน
นโยบายเปิดผับบาร์ถึงตี 4 ของไทยครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง?
ปัจจุบันมีผลเฉพาะโซนที่กำหนดในกรุงเทพฯ (สีลม-พัฒน์พงศ์, รอยัลซิตี้อเวนิว-เพชรบุรีตัดใหม่, รัชดาภิเษก) พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย ภายใต้กฎกระทรวงปี 2566 ส่วนแผนขยายทั่วประเทศพร้อมยกเลิกโซนนิ่งแอลกอฮอล์ที่นายกฯ อนุทินผลักดัน มีเป้าหมายเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เกาะสมุยคว้าอันดับ 1 เกาะที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก จาก Travel + Leisure 2026ไทย
เศรษฐกิจ

เกาะสมุยคว้าอันดับ 1 เกาะที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก จาก Travel + Leisure 2026

เกาะสมุยคว้าอันดับ 1 เกาะที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิกจาก Travel + Leisure Luxury Awards 2026 สนามบินสมุยติดอันดับ 2 และโรงแรม 5 แห่งติดท็อป 10

อ่านข่าว
ค่าไฟใหม่ ก.ย. 69: ใช้น้อยจ่ายถูกลง 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วยไทย
เศรษฐกิจ

ค่าไฟใหม่ ก.ย. 69: ใช้น้อยจ่ายถูกลง 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย

กกพ. ประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569 ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกจ่ายไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ลดภาระค่าครองชีพกว่า 21 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

อ่านข่าว
OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้านไทย
เศรษฐกิจ

OTOP ประทีปไทย 2569 ยอดขายพุ่ง 92 ล้านใน 1.5 วัน เป้า 770 ล้าน

งาน "ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP" 2569 ที่เมืองทองธานี ยอดขาย 1.5 วันแรกทะลุ 92.5 ล้านบาท เป้ารวม 770-800 ล้านบาท คืนชุมชนทั่วไทย ถึง 16 ส.ค.

อ่านข่าว