อินเดียใกล้ส่งมนุษย์สู่อวกาศ: ISRO เตรียมปล่อยภารกิจ Gaganyaan-1 ไร้คนขับครึ่งหลังปี 2026

องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ ISRO กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของภารกิจประวัติศาสตร์ — Gaganyaan-1 (G1) เที่ยวบินทดสอบ "ไร้คนขับ" เที่ยวแรกของโครงการส่งมนุษย์สู่อวกาศโครงการแรกของอินเดีย ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2569 งานเสร็จไปแล้วราว 90% ผ่านการทดสอบภาคพื้นมาแล้วกว่า 8,000 รายการ และเตรียมปล่อยขึ้นสู่วงโคจรในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพาอินเดียเข้าใกล้การเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศด้วยเทคโนโลยีของตนเอง
ก้าวแรกสู่การส่งมนุษย์ขึ้นอวกาศของอินเดีย
โครงการ Gaganyaan (คำสันสกฤตแปลว่า "ยานบนฟ้า") คือแผนการส่งนักบินอวกาศชาวอินเดียขึ้นสู่วงโคจรรอบโลกด้วยจรวดและยานที่อินเดียพัฒนาเอง แต่ก่อนจะส่งคนจริงขึ้นไป ISRO ยึดหลัก "ความปลอดภัยต้องมาก่อน" ด้วยการทดสอบทุกระบบในเที่ยวบินไร้คนขับเสียก่อน
เที่ยวบิน G1 จึงเป็นการ "ซ้อมใหญ่" แบบครบวงจร — ตั้งแต่การปล่อยตัว การเข้าสู่วงโคจร การกลับสู่ชั้นบรรยากาศ ไปจนถึงการกู้ยานกลับจากทะเล โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตนักบินอวกาศ หากทุกอย่างผ่านฉลุย ก็จะตามด้วยเที่ยวบินไร้คนขับเที่ยวที่สอง G2 ภายในปี 2026 ก่อนเที่ยวบินที่มีนักบินอวกาศจริงในปี 2027
ภาพประกอบ: แผนภาพโมดูลของ Gaganyaan โดย Dean Sumith — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)
หุ่นยนต์ Vyommitra: นักบินทดสอบที่ไม่ใช่มนุษย์
หัวใจของเที่ยวบิน G1 คือ Vyommitra (วโยมิตรา) หุ่นยนต์กึ่งมนุษย์ที่มีลักษณะใบหน้าแบบผู้หญิง ซึ่ง ISRO เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2020 หุ่นยนต์ตัวนี้จะทำหน้าที่แทนนักบินอวกาศจริง โดยสามารถพูดสื่อสารกับศูนย์ควบคุมภาคพื้นได้ทั้งภาษาฮินดีและอังกฤษ อ่านค่าหน้าปัดเครื่องวัดต่าง ๆ ในยาน และเฝ้าติดตามสภาพภายในห้องโดยสาร เช่น อุณหภูมิ ความดัน ระดับรังสี และคุณภาพอากาศ
ภารกิจของ Vyommitra คือการจำลอง "การมีมนุษย์อยู่จริง" เพื่อเก็บข้อมูลว่าระบบประคองชีพ (Environmental Control and Life Support System หรือ ECLSS) ทำงานได้ดีเพียงใดในสภาวะไร้น้ำหนัก นอกจากนี้ยานยังบรรทุก แมลงวันผลไม้ (Drosophila) ไปด้วย เพื่อศึกษาผลของอวกาศต่อสิ่งมีชีวิต
ยาน G1 จะขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลกที่ความสูงราว 400 กิโลเมตร และโคจรอยู่นานราว 3 วัน ก่อนกลับสู่ชั้นบรรยากาศ
จรวด HLVM3 และฐานปล่อยที่ศรีหริโกฏา
ภาพประกอบ: แบบจำลองจรวด HLVM3 โดย ISROSpaceflight — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)
ภารกิจนี้จะใช้จรวด HLVM3 (Human-rated LVM3) ซึ่งเป็นจรวด LVM3 (หรือที่เคยรู้จักในชื่อ GSLV Mk III) เวอร์ชันที่ปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการส่งมนุษย์ มีความสูงราว 43 เมตร และติดตั้งระบบหนีภัยฉุกเฉิน (Crew Escape System) ที่จะดีดยานโดยสารออกจากจรวดทันทีหากเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างปล่อยตัว
การปล่อยจะเกิดขึ้นที่ ศูนย์อวกาศสาทิช ดะวัน (Satish Dhawan Space Centre) บนเกาะศรีหริโกฏา (Sriharikota) ริมอ่าวเบงกอลทางตะวันออกของอินเดีย — ฐานปล่อยจรวดหลักของ ISRO ที่เคยส่งภารกิจสำรวจดวงจันทร์ Chandrayaan และยานสำรวจดาวอังคารมาแล้ว
ภาพประกอบ: ศูนย์อวกาศสาทิช ดะวัน ถ่ายโดย Planet Labs, Inc. — CC BY-SA 4.0 (Wikimedia Commons)
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
ปัจจุบันมีเพียง 3 ชาติเท่านั้นที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศด้วยเทคโนโลยีของตนเองได้ คือ รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และจีน หากภารกิจ Gaganyaan สำเร็จ อินเดียจะกลายเป็นชาติที่ 4 ของโลก และเป็นความภาคภูมิใจครั้งใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย
ความสำเร็จนี้ยังต่อยอดจากชัยชนะด้านอวกาศของอินเดียที่ผ่านมา ทั้งภารกิจ Chandrayaan-3 ที่ลงจอดบริเวณขั้วใต้ดวงจันทร์ได้สำเร็จเป็นชาติแรกในปี 2023 และโครงการสำรวจดาวอังคารที่ใช้งบประมาณต่ำอย่างน่าทึ่ง สะท้อนว่าโครงการอวกาศที่คุ้มค่าและพึ่งพาตนเองนั้นเป็นไปได้
สำหรับผู้อ่านชาวไทยและทั่วเอเชีย เรื่องนี้คือแรงบันดาลใจว่าประเทศกำลังพัฒนาก็สามารถก้าวขึ้นแถวหน้าของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกได้ เช่นเดียวกับที่เราเห็นได้จากนักเรียนไทยที่ใช้ AI ตรวจหามาเลเรียจนคว้ารางวัลระดับโลก และทีมฟิสิกส์โอลิมปิกไทยในเวทีเอเชีย
เสียงจาก ISRO และสิ่งที่ต้องจับตา
ดร. วี. นารายานัน (V. Narayanan) ประธาน ISRO ย้ำถึงมาตรฐานความปลอดภัยของภารกิจที่มีมนุษย์ว่า "ทุกระบบต้องได้คะแนนเต็มร้อยจากร้อย" สะท้อนว่าทีมงานไม่ยอมประนีประนอมแม้แต่จุดเดียวเมื่อเป็นเรื่องชีวิตของนักบินอวกาศ
ขณะนี้ ISRO ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภารกิจแบบบูรณาการ (Integrated Mission Review Committee) เพื่อตรวจทานการออกแบบส่วนสำคัญและช่องว่างในการจำลองสถานการณ์ทั้งหมด ให้แน่ใจว่าภารกิจจะปลอดภัยและไม่มีจุดล้มเหลว ส่วนการกู้ยานกลับจากทะเลนั้น กองทัพเรืออินเดียจะเป็นผู้ประสานงานหลัก โดยยานโดยสารจะลงสู่ทะเลด้วยระบบร่มชูชีพถึง 10 ร่ม
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือกำหนดปล่อยตัว G1 อย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ตามด้วยเที่ยวบิน G2 และในที่สุดคือเที่ยวบิน H1 ที่จะส่งนักบินอวกาศชาวอินเดียขึ้นสู่อวกาศจริงเป็นครั้งแรกในปี 2027 ซึ่งจะเป็นบทใหม่ของประวัติศาสตร์อวกาศแห่งเอเชีย
ข้อมูลสรุปภารกิจ Gaganyaan-1 (ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569):
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ภารกิจ | Gaganyaan-1 (G1) — ทดสอบไร้คนขับ |
| องค์การ | ISRO (อินเดีย) |
| จรวด | HLVM3 (LVM3 ผ่านมาตรฐานส่งมนุษย์) |
| ฐานปล่อย | ศูนย์อวกาศสาทิช ดะวัน, ศรีหริโกฏา |
| ผู้โดยสาร | หุ่นยนต์ Vyommitra + แมลงวันผลไม้ |
| วงโคจร | ราว 400 กม. นาน ~3 วัน |
| กำหนดปล่อย | ครึ่งหลังปี 2026 (H2 2026) |
| เที่ยวบินมีคน (H1) | ตั้งเป้าปี 2027 |
แหล่งข่าว
คำถามที่พบบ่อย
- Gaganyaan-1 คืออะไร?
- Gaganyaan-1 (G1) คือเที่ยวบินทดสอบ 'ไร้คนขับ' เที่ยวแรกของโครงการ Gaganyaan ซึ่งเป็นโครงการส่งมนุษย์สู่อวกาศโครงการแรกของอินเดีย เที่ยวบินนี้จะส่งหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ชื่อ Vyommitra ขึ้นไปแทนนักบินอวกาศจริง เพื่อทดสอบระบบทั้งหมดให้ปลอดภัยก่อนส่งคนจริงขึ้นไป
- ภารกิจ Gaganyaan-1 จะปล่อยเมื่อไร?
- ข้อมูล ณ มิถุนายน 2569 ISRO กำหนดปล่อยภารกิจ G1 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 (H2 2026) หลังเลื่อนจากกำหนดเดิม โดยขณะนี้งานเสร็จไปแล้วราว 90% และผ่านการทดสอบภาคพื้นกว่า 8,000 รายการ
- Vyommitra คือใคร?
- Vyommitra เป็นหุ่นยนต์กึ่งมนุษย์ (half-humanoid) ที่ ISRO พัฒนาขึ้น มีลักษณะใบหน้าแบบผู้หญิง สามารถพูดสื่อสารกับศูนย์ควบคุมภาคพื้น อ่านค่าหน้าปัดเครื่องวัด และจำลองสภาพการมีมนุษย์อยู่ในยานได้ เพื่อเก็บข้อมูลระบบประคองชีพ
- อินเดียจะส่งนักบินอวกาศขึ้นจริงเมื่อไร?
- หลังเที่ยวบินไร้คนขับ G1 และ G2 ภายในปี 2026 ISRO ตั้งเป้าส่งเที่ยวบินที่มีนักบินอวกาศจริง (H1) ขึ้นสู่วงโคจรในปี 2027 หากสำเร็จ อินเดียจะเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศด้วยเทคโนโลยีของตนเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่างประเทศยาน 'เทียนเวิน-2' ของจีนถึง 'ดวงจันทร์เสมือน' ของโลกแล้ว — เตรียมเก็บตัวอย่างดาวที่อาจเป็นชิ้นส่วนจากดวงจันทร์
ยาน Tianwen-2 ของจีนเข้าสู่วงโคจรดาวเคราะห์น้อย Kamoʻoalewa สำเร็จ 7 มิ.ย. 2026 เตรียมเข้าใกล้ 20 กม. วันที่ 4 ก.ค. — ดาวนี้อาจเป็นชิ้นส่วนจากดวงจันทร์
ต่างประเทศNASA จับมือ Relativity Space ส่งยาน Aeolus สำรวจบรรยากาศดาวอังคาร หนุนมนุษย์ลงจอดปลอดภัย
NASA และ Relativity Space ประกาศความร่วมมือส่งยาน Aeolus ไปโคจรดาวอังคารปี 2028 เพื่อวัดลม อุณหภูมิ และฝุ่นชั้นบรรยากาศแบบรายวัน เตรียมพร้อมรองรับภารกิจมนุษย์ในอนาคต
ไทยดาวเทียม TSC-1 ฝีมือคนไทยสร้างเองกว่า 60% ผ่านทดสอบสุดหิน เตรียมทะยานสู่อวกาศปี 2027
NARIT เผยดาวเทียมวิจัย TSC-1 ที่วิศวกรไทยออกแบบและประกอบเองกว่า 60% ผ่านการทดสอบสภาวะสุดขั้วแล้ว เตรียมส่งขึ้นวงโคจรปี 2027