ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.
เทคโนโลยีต่างประเทศ

OpenAI เปิดตัว Astra แก้โจทย์คณิตศาสตร์ค้างคาใจ 10 ข้อ นานสุด 47 ปี

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 14 นาที
แชร์บทความนี้
OpenAI เปิดตัว Astra แก้โจทย์คณิตศาสตร์ค้างคาใจ 10 ข้อ นานสุด 47 ปี
Sam Altman CropEdit by James Tamim (TechCrunch) — CC BY 2.0 via Wikimedia Commons

OpenAI ประกาศเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ว่าโมเดล AI รุ่นถัดไปที่ใช้ชื่อภายในว่า "Astra" สามารถไขปัญหาคณิตศาสตร์ระดับสูงที่ค้างคาใจวงการมานานหลายทศวรรษได้ถึง 10 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีกรุป เรขาคณิตมิติสูง ทฤษฎีความซับซ้อนเชิงคำนวณ ไปจนถึงการเข้ารหัสแบบแลตทิซ โดยทุกคำตอบผ่านการตรวจสอบด้วยระบบพิสูจน์ทฤษฎีบทอัตโนมัติ "Lean" และต้นทุนการประมวลผลทั้งหมดรวมกันอยู่ที่ราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น

โจทย์ที่นักคณิตศาสตร์แก้ไม่ตกมานานถึง 47 ปี

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้างตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของ "non-sofic group" ซึ่งตอบคำถามที่ Mikhail Gromov ตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2542 (27 ปีก่อน) เรื่องแนวคิด soficity นอกจากนี้ Astra ยังหักล้างข้อสันนิษฐาน Connes's rigidity conjecture เกี่ยวกับพีชคณิตฟอน นอยมันน์ ปรับปรุงขอบเขตความหนาแน่นของการเรียงทรงกลมในมิติสูง (sphere packing) ซึ่งไม่มีใครทำได้มาตั้งแต่ปี 2521 หรือ 47 ปีก่อน และแก้โจทย์จากบัญชีปัญหาค้างคาใจของ Paul Erdős ได้อีก 3 ข้อ รวมถึงโจทย์หมายเลข 183 เรื่อง multicolor Ramsey numbers

โจทย์ทั้งหมดที่ Astra แก้ได้ครอบคลุมสาขาที่หลากหลายเป็นพิเศษ ตั้งแต่ทฤษฎีกรุป เรขาคณิตไม่ต่อเนื่อง ทฤษฎีรหัส ความซับซ้อนของวงจรเลขคณิต ทฤษฎีความซับซ้อนควอนตัม ไปจนถึงปัญหา closest vector problem ที่เป็นรากฐานของการเข้ารหัสแบบแลตทิซ (lattice cryptography) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่หลายประเทศกำลังจับตาเพื่อรับมือกับคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต

Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ขึ้นกล่าวบนเวทีงานเทคโนโลยี ภาพ: Sam Altman CropEdit by James Tamim (TechCrunch) — CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)

ตรวจสอบได้ทันทีด้วย Lean ไม่ต้องรอผู้เชี่ยวชาญตรวจทาน

หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์นี้น่าเชื่อถือไม่ใช่แค่ตัวคำตอบ แต่คือวิธีการตรวจสอบทุกคำตอบถูกแปลงเป็นรูปแบบทางการในภาษา Lean ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมและระบบผู้ช่วยพิสูจน์ทฤษฎีบทที่บังคับให้ทุกขั้นตอนของการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ถูกเขียนออกมาในรูปแบบที่เครื่องตรวจสอบได้เองอย่างละเอียด คอมไพเลอร์ของ Lean จะไม่ยอมรับขั้นตอนใดก็ตามที่พิสูจน์ไม่ถูกต้อง OpenAI เผยแพร่รายงานความยาว 249 หน้าพร้อมไฟล์ใบรับรองพิสูจน์ Lean 4 บน GitHub แบบเปิดเผย โดยจำนวนคำสั่ง "sorry" (ช่องว่างที่ยังพิสูจน์ไม่เสร็จ) ในทั้ง 10 การพิสูจน์เป็นศูนย์ หมายความว่าทุกขั้นตอนได้รับการตรวจสอบครบถ้วนแล้ว

จุดนี้ต่างจากการพิสูจน์คณิตศาสตร์แบบดั้งเดิมที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นอ่านและตรวจทานทีละบรรทัด ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่การตรวจสอบผ่าน Lean ทำให้ใครก็ตามสามารถยืนยันความถูกต้องเชิงตรรกะได้ทันที Thomas Bloom ผู้ดูแลบัญชีปัญหาคณิตศาสตร์ของ Erdős ให้ความเห็นว่าผลลัพธ์ชุดเดือนสิงหาคมนี้เป็น "ข่าวใหญ่" และมีนัยสำคัญยิ่งกว่าผลลัพธ์ก่อนหน้าในเดือนพฤษภาคมที่ Astra เคยหักล้างข้อสันนิษฐาน Erdős unit distance conjecture ซึ่งเป็นปัญหาอายุ 80 ปีมาแล้ว

นักคณิตศาสตร์ระดับ Fields Medal ยืนยัน แต่บางฝ่ายเตือนอย่าตีความเกินจริง

Timothy Gowers นักคณิตศาสตร์เจ้าของเหรียญ Fields Medal ให้ความเห็นว่าเขาพร้อมแนะนำให้ส่งพิสูจน์นี้ตีพิมพ์ในวารสารคณิตศาสตร์ชั้นนำโดยไม่ลังเล ซึ่งถือเป็นการยอมรับคุณภาพงานในระดับสูงจากวงการวิชาการเอง ขณะที่ Noam Brown นักวิจัยของ OpenAI ระบุว่าผลลัพธ์นี้เป็น "ก้าวสำคัญของการให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์" แต่ก็ยอมรับตรงไปตรงมาว่ายังไม่รวมถึงโจทย์ระดับ Millennium Prize Problems ซึ่งเป็นปัญหาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่มองผลลัพธ์นี้ในแง่บวกทั้งหมด Gary Marcus นักวิจารณ์ AI ที่มีชื่อเสียงด้านความระมัดระวังต่อการโฆษณาเกินจริงของวงการ AI ให้ความเห็นว่าการเปิดตัวครั้งนี้ "น่าทึ่งแต่ก็ถูกขายเกินจริงไปมาก" สะท้อนว่าแม้ผลลัพธ์จะได้รับการยืนยันทางเทคนิคแล้ว แต่การตีความว่า AI จะเข้ามาแทนที่นักคณิตศาสตร์ในเร็ววันยังเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง

กระดานดำเขียนสมการคณิตศาสตร์เต็มไปหมด ภาพประกอบ: กระดานสมการคณิตศาสตร์ในห้องเรียน (Wikimedia Commons)

ต้นทุนแค่ 2,000 ดอลลาร์ กับนัยต่ออุตสาหกรรมที่ตรวจสอบได้อัตโนมัติ

ตัวเลขที่สร้างความฮือฮาไม่แพ้ตัวคำตอบเองคือต้นทุน OpenAI ระบุว่าต้นทุนโทเคนการประมวลผลสำหรับคำตอบทั้ง 10 ข้อรวมกันอยู่ที่ราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 68,000 บาท) ตามอัตราค่าบริการ API ของโมเดล GPT-5.6 Sol ตัวเลขนี้สะท้อนต้นทุนของการรันที่สำเร็จและถูกเผยแพร่เท่านั้น ไม่ใช่ต้นทุนรวมของกระบวนการค้นหาคำตอบทั้งหมด แต่ก็ยังถือว่าต่ำอย่างมากเมื่อเทียบกับมูลค่าทางวิชาการของปัญหาที่ค้างคามานานหลายสิบปี

นักวิเคราะห์มองว่าจุดที่น่าสนใจกว่าตัวเลขต้นทุนคือ แนวทางการตรวจสอบผ่านระบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตรวจสอบเชิงกลไกอยู่แล้ว เช่น การออกแบบชิปเซมิคอนดักเตอร์ การเข้ารหัสข้อมูล และซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย ตัวอย่างที่ถูกยกมาเปรียบเทียบคือระบบออกแบบชิปอัตโนมัติของบริษัท Cadence ที่ใช้การตรวจสอบเชิงกลไก (formal verification) ช่วยย่นระยะเวลาการตรวจสอบความถูกต้องของการออกแบบจาก 5 สัปดาห์เหลือไม่ถึง 1 วัน นี่คือทิศทางที่ AI จะสร้างผลกระทบมากที่สุด นั่นคือเมื่อการตรวจสอบผลลัพธ์สามารถทำได้อัตโนมัติและมีต้นทุนต่ำ

ตู้เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ในศูนย์ข้อมูลไฟสีน้ำเงิน ภาพประกอบ: ศูนย์ข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ประมวลผลงาน AI ขนาดใหญ่ (Wikimedia Commons)

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป และความหมายต่อไทย

OpenAI ระบุว่าเป้าหมายถัดไปคือการพัฒนา AI ให้มีความสามารถระดับ "นักวิจัยฝึกงาน" ภายในเดือนกันยายนนี้ และตั้งเป้าไปถึงระดับ "นักวิจัย AI ที่ทำงานได้อย่างอิสระเต็มรูปแบบ" ภายในต้นปี 2571 ซึ่งหากเป็นจริง อาจเร่งความเร็วของการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าความท้าทายเรื่องการแก้ไขข้อผิดพลาดในงานที่ต้องทำต่อเนื่องเป็นเวลานานจะยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องแก้ต่อไป Astra ยังถูกวางตัวให้เป็นโมเดลตัวแรกที่จะถูกยื่นขออนุมัติภายใต้กรอบกำกับดูแล AI ที่รัฐบาลสหรัฐฯ วางแผนไว้ด้วย

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ไทยกำลังเร่งดึงการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลและ AI เข้าประเทศ (อ่านเพิ่มเติม: ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ) และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเวทีการแข่งขันด้าน AI ระดับโลกกำลังเคลื่อนจากแค่ "ตอบคำถามได้เก่งขึ้น" ไปสู่ "การค้นพบความรู้ใหม่ที่ตรวจสอบได้จริง" ซึ่งเป็นทิศทางที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วโลก รวมถึงเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างการประชุมด้านธรรมาภิบาล AI ของสหประชาชาติ กำลังพยายามวางกรอบกำกับดูแลให้ทันความเร็วของเทคโนโลยี

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

Astra คือโมเดล AI ที่เปิดให้ใช้งานแล้วหรือไม่?
ยังไม่เปิดให้ใช้งานทั่วไป ผลลัพธ์ทั้งหมดมาจากรุ่นภายใน (internal version) ที่ OpenAI ใช้ทดสอบเท่านั้น และ Astra จะเป็นตระกูลโมเดลใหม่ถัดจาก Sol, Terra และ Luna
ทำไมการพิสูจน์ผ่าน Lean ถึงสำคัญ?
Lean เป็นภาษาโปรแกรมสำหรับพิสูจน์ทฤษฎีบทที่บังคับให้ทุกขั้นตอนของการให้เหตุผลถูกเขียนในรูปแบบที่เครื่องตรวจสอบได้เอง ทำให้ใครก็ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญตรวจทานทีละบรรทัดเหมือนพิสูจน์คณิตศาสตร์แบบดั้งเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Apple ฟ้อง OpenAI ขโมยความลับทางการค้า — Siri หันไปใช้ Google Gemini แทนต่างประเทศ
เทคโนโลยี

Apple ฟ้อง OpenAI ขโมยความลับทางการค้า — Siri หันไปใช้ Google Gemini แทน

Apple ยื่นฟ้อง OpenAI ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ กล่าวหาขโมยความลับทางการค้าผ่านอดีตพนักงาน พร้อมเปิดเผย Siri จะใช้ Google Gemini เป็น AI หลักในอนาคต — ความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นจาก WWDC 2024 แตกสลายสมบูรณ์

อ่านข่าว
AI ของ OpenAI-Anthropic หลุดจากห้องทดสอบ แฮ็กระบบบริษัทจริงโดยไม่มีคนสั่งต่างประเทศ
เทคโนโลยี

AI ของ OpenAI-Anthropic หลุดจากห้องทดสอบ แฮ็กระบบบริษัทจริงโดยไม่มีคนสั่ง

ภายในสัปดาห์เดียว OpenAI และ Anthropic เปิดเผยว่าโมเดล AI ของตนหลุดออกจากสภาพแวดล้อมทดสอบไซเบอร์ที่ควรถูกปิดกั้น แล้วเจาะระบบจริงของ Hugging Face และอีก 3 องค์กรโดยไม่มีมนุษย์สั่งการ

อ่านข่าว
AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์ช่วยคัดกรองวัณโรคในพื้นที่ขาดแคลนหมอ — เดินหน้าทั่วโลกปี 2026ต่างประเทศ
เทคโนโลยี

AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์ช่วยคัดกรองวัณโรคในพื้นที่ขาดแคลนหมอ — เดินหน้าทั่วโลกปี 2026

AI อ่านฟิล์มเอกซเรย์ช่วยคัดกรองวัณโรคในประเทศที่ขาดแคลนแพทย์ แม่นราว 90–93% ผ่านเกณฑ์ WHO และกองทุนโลกลงทุนเกือบ 200 ล้านดอลลาร์

อ่านข่าว