ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยเมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 ว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในไทยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 พุ่งขึ้น 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 1.37 ล้านล้านบาท (ราว 40,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก 877 โครงการ โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัล — ดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) — เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 3 ใน 4 ของยอดลงทุนทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก ในจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลเริ่มขยับปรับกฎเกณฑ์ให้รัดกุมขึ้น เพื่อไม่ให้การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้สร้างแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าและน้ำของประเทศ
ตัวเลขที่พลิกโฉม: อะไรอยู่เบื้องหลังการเติบโต 80%
หากนับรวมทั้งนักลงทุนต่างชาติและในประเทศ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท (43,600 ล้านดอลลาร์) จาก 1,299 โครงการ เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน โดยบีโอไอได้อนุมัติโครงการไปแล้ว 1,300 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.31 ล้านล้านบาท
แยกเฉพาะเม็ดเงินจากต่างชาติ (FDI) 1.37 ล้านล้านบาทนั้น เมื่อแบ่งตามอุตสาหกรรมจะเห็นภาพชัดว่าอะไรกำลังขับเคลื่อนตัวเลขนี้:
| อุตสาหกรรม | มูลค่าลงทุน | จำนวนโครงการ |
|---|---|---|
| ดิจิทัล (ดาต้าเซ็นเตอร์ + AI) | 1.12 ล้านล้านบาท | 90 |
| อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า | 120,200 ล้านบาท | 179 |
| เกษตรและแปรรูปอาหาร | 61,400 ล้านบาท | 131 |
| โลจิสติกส์และบริการมูลค่าสูง | 40,200 ล้านบาท | 170 |
| พลังงานและสาธารณูปโภค (รวมพลังงานสะอาด 198 โครงการ) | 39,800 ล้านบาท | 221 |
| ยานยนต์ | 25,700 ล้านบาท | 122 |
อุตสาหกรรมดิจิทัลจึงไม่ได้แค่ "นำ" แต่ทิ้งห่างอันดับสองถึงเกือบ 10 เท่า — เป็นสัญญาณชัดว่ากระแส AI โลกกำลังไหลผ่านห่วงโซ่การลงทุนของไทยโดยตรง ไม่ต่างจากที่ IMF เคยจัดอันดับให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุดของโลกเมื่อเดือนก่อนหน้า (อ่านเพิ่มเติม: ไทยติด Top 4 โลกด้านฮาร์ดแวร์ AI)
ดาต้าเซ็นเตอร์และ AI คือหัวจักรใหญ่ที่สุด
ภาพประกอบ: ห้องเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ — Photo by BalticServers.com, CC BY-SA 3.0 via Wikimedia Commons
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดของคลื่นการลงทุนนี้คือโครงการของ TikTok Systems (Thailand) ซึ่งบีโอไออนุมัติไปเมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 ด้วยมูลค่าสูงถึง 842,350 ล้านบาท (ราว 26,300 ล้านดอลลาร์) สำหรับขยายศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา นับเป็นหนึ่งในหกโครงการรวมมูลค่า 958,000 ล้านบาทที่ได้รับอนุมัติในคราวเดียวกัน นอกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว TikTok ยังผูกมัดจะพัฒนาโครงการอบรมทักษะดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้ผู้ประกอบการไทยด้วย
โครงการระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง — ไทยเพิ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของการขยายตัวดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเมื่อช่วงกลางปี (อ่านเพิ่มเติม: ไทยผลักดันตัวเองเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค) และตัวเลขครึ่งปีแรกนี้ยืนยันว่าแนวโน้มนั้นไม่ได้ชะลอลง แต่กลับเร่งตัวแรงขึ้นกว่าเดิม
เมื่อการลงทุนโตเร็วเกินคาด รัฐก็ต้องกันไม่ให้น้ำ-ไฟไม่พอ
นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี — พื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมจำนวนมาก — Photo by Mokawn, CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons
ความเร็วของการเติบโตนี้เองที่ทำให้ภาครัฐต้องขยับ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบมาตรการใหม่สำหรับส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หลังพบว่ากว่า 70% ของโครงการกระจุกตัวอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จนเริ่มมีความกังวลเรื่องความเพียงพอของไฟฟ้าและน้ำสำหรับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงหากโครงสร้างพื้นฐานถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์
มาตรการใหม่กำหนดเกณฑ์คุณภาพ 4 ด้านสำหรับโครงการใหม่ ได้แก่ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, การบริหารจัดการน้ำโดยไม่แย่งชิงทรัพยากรกับชุมชน, การควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริงต่อประเทศไทย ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง (ค่า PUE ไม่เกิน 1.3) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนานถึง 8 ปี เทียบกับ 5 ปีสำหรับโครงการทั่วไป พร้อมกำหนดให้วางหลักประกันธนาคาร 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ (5-6 บาทต่อหน่วย เทียบกับอัตรามาตรฐาน 3.95 บาท) พร้อมจัดทำ "แผนที่ไฟฟ้าและน้ำ" เพื่อกระจายโครงการใหม่ออกไปนอกพื้นที่ EEC
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ย้ำว่า "นักลงทุนต้องสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริงให้กับประเทศไทย" รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI ให้คนไทย ไม่ใช่แค่การนำเงินลงทุนเข้ามาเพียงอย่างเดียว สอดคล้องกับที่ผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. ระบุว่ากรอบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อ "สร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงระยะยาวของประเทศ"
สิงคโปร์คือนักลงทุนอันดับ 1 ทิ้งห่างทุกชาติ
เมื่อดูแหล่งที่มาของเงินลงทุนต่างชาติ สิงคโปร์ ครองอันดับหนึ่งอย่างท่วมท้นด้วยมูลค่ากว่า 1.12 ล้านล้านบาท จาก 158 โครงการ — ตัวเลขนี้สูงกว่าชาติอันดับสองหลายสิบเท่า เพราะบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจำนวนมากตั้งสำนักงานภูมิภาคในสิงคโปร์แล้วลงทุนต่อในไทย ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร (47,200 ล้านบาท จาก 11 โครงการ), จีน (45,800 ล้านบาท จาก 321 โครงการ — มากที่สุดในแง่จำนวนโครงการ), ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น
ในแง่พื้นที่ ภาคกลางรับเม็ดเงินสูงสุดที่ 26,700 ล้านบาทจาก 513 โครงการ ตามด้วยภาคตะวันออก (EEC) ที่ 14,700 ล้านบาท ขณะที่ภาคเหนือแม้มูลค่ารวมยังน้อยกว่า แต่เติบโตสูงถึง 93% เมื่อเทียบปีก่อน สะท้อนว่าการลงทุนเริ่มกระจายตัวออกจากศูนย์กลางเดิมบ้างแล้ว
ความหมายต่อคนไทย: งาน โอกาส และสิ่งที่ต้องจับตา
ภาพประกอบ: อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ — Photo by David McKelvey, CC BY 2.0 via Wikimedia Commons
บีโอไอประเมินว่าโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมในครึ่งปีแรกนี้จะสร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง ดันการใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มอีก 386,000 ล้านบาทต่อปี (คิดเป็น 42% ของวัตถุดิบที่ใช้ทั้งหมด) และเพิ่มมูลค่าการส่งออกอีกกว่า 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี นายนฤตม์กล่าวว่า "แนวโน้มการลงทุนในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก"
สำหรับคนทำงานทั่วไป ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่าสถิติในรายงาน — งานใหม่ที่เกิดขึ้นจากดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัลมักต้องการทักษะเฉพาะทาง (วิศวกรระบบ ผู้ดูแลเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน) ซึ่งเปิดโอกาสให้แรงงานไทยที่พัฒนาทักษะด้านนี้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนสิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ ผลของเกณฑ์คุณภาพใหม่จะทำให้การอนุมัติโครงการช้าลงหรือไม่ และอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จะกระทบความสามารถแข่งขันของไทยเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนามมากน้อยเพียงใด — เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าครึ่งปีหลังของ 2569 จะยังคงแรงส่งต่อไปได้หรือไม่
แหล่งข่าว
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) — Thailand Secures $43.6bn 1H 2026 Investment Surge
- ThaiPR.NET — บีโอไอเผยลงทุนครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้านบาท สร้างงาน 8 หมื่นตำแหน่ง
- Thailand Business News — Thailand FDI Surges 37% to $43.6B in H1 2026 Led by AI Data Centers
- Nation Thailand — Thailand tightens data centre rules as AI demand grows
- TechNode — TikTok wins approval for $25 billion Thailand data center expansion
แหล่งข่าว
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) — Thailand Secures $43.6bn 1H 2026 Investment Surge
- ThaiPR.NET — บีโอไอเผยลงทุนครึ่งปีแรก 1.47 ล้านล้านบาท สร้างงาน 8 หมื่นตำแหน่ง
- Thailand Business News — Thailand FDI Surges 37% to $43.6B in H1 2026 Led by AI Data Centers
- Nation Thailand — Thailand tightens data centre rules as AI demand grows
- TechNode — TikTok wins approval for $25 billion Thailand data center expansion
คำถามที่พบบ่อย
- ตัวเลข 1.37 ล้านล้านบาท กับ 1.47 ล้านล้านบาท ต่างกันอย่างไร?
- 1.37 ล้านล้านบาท (ราว 40,500 ล้านดอลลาร์) คือยอดขอรับการส่งเสริมจากนักลงทุนต่างชาติ (FDI) เพียงอย่างเดียว จาก 877 โครงการ ส่วน 1.47 ล้านล้านบาท (43,600 ล้านดอลลาร์) คือยอดรวมทั้งนักลงทุนต่างชาติและในประเทศ จาก 1,299 โครงการ
- ทำไมรัฐบาลถึงเพิ่งออกกฎเข้มงวดเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งที่กำลังพยายามดึงการลงทุน?
- เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาล และกว่า 70% ของโครงการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ EEC รัฐบาลจึงต้องการคัดกรองให้ได้โครงการที่ประหยัดพลังงานจริง (ค่า PUE ไม่เกิน 1.3) และกระจายไปยังพื้นที่อื่นแทนที่จะปล่อยให้ทุกโครงการกระจุกที่เดิม เพื่อไม่ให้กระทบโครงข่ายไฟฟ้า-น้ำของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยนายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทย
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวิรัตน์ นำคณะนักธุรกิจกว่า 100 คน เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 ก.ค. 2569 เข้าร่วม WAIC 2026 ณ เซี่ยงไฮ้ พบสีจิ้นผิง และลงนาม MOU 14 ฉบับ มุ่งดึงทุน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ไทย
ไทยไทยผงาดสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์-AI แห่งอาเซียน BOI ไฟเขียวลงทุนระลอกใหม่ 9.58 แสนล้านบาท
บีโอไอไฟเขียวลงทุนดิจิทัล 6 โครงการรวม 9.58 แสนล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ ขณะ Google, AWS และ Microsoft ตั้งศูนย์คลาวด์ในไทย ดันไทยสู่ฮับ AI อาเซียน
ต่างประเทศMicrosoft-Amazon พุ่ง Meta-Apple ร่วง ศึกงบ AI แสนล้านดอลลาร์ไตรมาสนี้
บิ๊กเทค 4 รายรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสัปดาห์เดียวกัน นักลงทุนให้รางวัล Microsoft-Amazon ที่คลาวด์โตแรง แต่เทขาย Meta-Apple หลังกระแสเงินสดหดจากงบ AI