ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 18 นาที
แชร์บทความนี้
ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ
Twilight over the modern city skyline in Ratchadamri district, Bangkok — Photo by Sergei Gussev, CC BY 4.0 via Wikimedia Commons

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยเมื่อ 23 กรกฎาคม 2569 ว่ายอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติในไทยช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 พุ่งขึ้น 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 1.37 ล้านล้านบาท (ราว 40,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก 877 โครงการ โดยมีอุตสาหกรรมดิจิทัล — ดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) — เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 3 ใน 4 ของยอดลงทุนทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก ในจังหวะเดียวกับที่รัฐบาลเริ่มขยับปรับกฎเกณฑ์ให้รัดกุมขึ้น เพื่อไม่ให้การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้สร้างแรงกดดันต่อระบบไฟฟ้าและน้ำของประเทศ

ตัวเลขที่พลิกโฉม: อะไรอยู่เบื้องหลังการเติบโต 80%

หากนับรวมทั้งนักลงทุนต่างชาติและในประเทศ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท (43,600 ล้านดอลลาร์) จาก 1,299 โครงการ เพิ่มขึ้น 37% จากปีก่อน โดยบีโอไอได้อนุมัติโครงการไปแล้ว 1,300 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.31 ล้านล้านบาท

แยกเฉพาะเม็ดเงินจากต่างชาติ (FDI) 1.37 ล้านล้านบาทนั้น เมื่อแบ่งตามอุตสาหกรรมจะเห็นภาพชัดว่าอะไรกำลังขับเคลื่อนตัวเลขนี้:

อุตสาหกรรมมูลค่าลงทุนจำนวนโครงการ
ดิจิทัล (ดาต้าเซ็นเตอร์ + AI)1.12 ล้านล้านบาท90
อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า120,200 ล้านบาท179
เกษตรและแปรรูปอาหาร61,400 ล้านบาท131
โลจิสติกส์และบริการมูลค่าสูง40,200 ล้านบาท170
พลังงานและสาธารณูปโภค (รวมพลังงานสะอาด 198 โครงการ)39,800 ล้านบาท221
ยานยนต์25,700 ล้านบาท122

อุตสาหกรรมดิจิทัลจึงไม่ได้แค่ "นำ" แต่ทิ้งห่างอันดับสองถึงเกือบ 10 เท่า — เป็นสัญญาณชัดว่ากระแส AI โลกกำลังไหลผ่านห่วงโซ่การลงทุนของไทยโดยตรง ไม่ต่างจากที่ IMF เคยจัดอันดับให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI รายใหญ่สุดของโลกเมื่อเดือนก่อนหน้า (อ่านเพิ่มเติม: ไทยติด Top 4 โลกด้านฮาร์ดแวร์ AI)

ดาต้าเซ็นเตอร์และ AI คือหัวจักรใหญ่ที่สุด

ห้องเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ — ภาพประกอบอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เป็นตัวขับเคลื่อนการลงทุนรอบนี้ ภาพประกอบ: ห้องเซิร์ฟเวอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ — Photo by BalticServers.com, CC BY-SA 3.0 via Wikimedia Commons

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดของคลื่นการลงทุนนี้คือโครงการของ TikTok Systems (Thailand) ซึ่งบีโอไออนุมัติไปเมื่อ 6 พฤษภาคม 2569 ด้วยมูลค่าสูงถึง 842,350 ล้านบาท (ราว 26,300 ล้านดอลลาร์) สำหรับขยายศูนย์ข้อมูลในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา นับเป็นหนึ่งในหกโครงการรวมมูลค่า 958,000 ล้านบาทที่ได้รับอนุมัติในคราวเดียวกัน นอกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแล้ว TikTok ยังผูกมัดจะพัฒนาโครงการอบรมทักษะดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้ผู้ประกอบการไทยด้วย

โครงการระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง — ไทยเพิ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในจุดหมายหลักของการขยายตัวดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเมื่อช่วงกลางปี (อ่านเพิ่มเติม: ไทยผลักดันตัวเองเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ภูมิภาค) และตัวเลขครึ่งปีแรกนี้ยืนยันว่าแนวโน้มนั้นไม่ได้ชะลอลง แต่กลับเร่งตัวแรงขึ้นกว่าเดิม

เมื่อการลงทุนโตเร็วเกินคาด รัฐก็ต้องกันไม่ให้น้ำ-ไฟไม่พอ

อาคารสำนักงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี — หนึ่งในพื้นที่ที่มีโรงงานและศูนย์ข้อมูลได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมากที่สุด นิคมอุตสาหกรรมอมตะ จังหวัดชลบุรี — พื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รองรับการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมจำนวนมาก — Photo by Mokawn, CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons

ความเร็วของการเติบโตนี้เองที่ทำให้ภาครัฐต้องขยับ เมื่อ 15 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบมาตรการใหม่สำหรับส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ หลังพบว่ากว่า 70% ของโครงการกระจุกตัวอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จนเริ่มมีความกังวลเรื่องความเพียงพอของไฟฟ้าและน้ำสำหรับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงหากโครงสร้างพื้นฐานถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์

มาตรการใหม่กำหนดเกณฑ์คุณภาพ 4 ด้านสำหรับโครงการใหม่ ได้แก่ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด, การบริหารจัดการน้ำโดยไม่แย่งชิงทรัพยากรกับชุมชน, การควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริงต่อประเทศไทย ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง (ค่า PUE ไม่เกิน 1.3) จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลนานถึง 8 ปี เทียบกับ 5 ปีสำหรับโครงการทั่วไป พร้อมกำหนดให้วางหลักประกันธนาคาร 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ และมีอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ (5-6 บาทต่อหน่วย เทียบกับอัตรามาตรฐาน 3.95 บาท) พร้อมจัดทำ "แผนที่ไฟฟ้าและน้ำ" เพื่อกระจายโครงการใหม่ออกไปนอกพื้นที่ EEC

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ย้ำว่า "นักลงทุนต้องสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้จริงให้กับประเทศไทย" รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลและ AI ให้คนไทย ไม่ใช่แค่การนำเงินลงทุนเข้ามาเพียงอย่างเดียว สอดคล้องกับที่ผู้บริหารของสำนักงาน กสทช. ระบุว่ากรอบใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อ "สร้างสมดุลระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงระยะยาวของประเทศ"

สิงคโปร์คือนักลงทุนอันดับ 1 ทิ้งห่างทุกชาติ

เมื่อดูแหล่งที่มาของเงินลงทุนต่างชาติ สิงคโปร์ ครองอันดับหนึ่งอย่างท่วมท้นด้วยมูลค่ากว่า 1.12 ล้านล้านบาท จาก 158 โครงการ — ตัวเลขนี้สูงกว่าชาติอันดับสองหลายสิบเท่า เพราะบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติจำนวนมากตั้งสำนักงานภูมิภาคในสิงคโปร์แล้วลงทุนต่อในไทย ตามมาด้วย สหราชอาณาจักร (47,200 ล้านบาท จาก 11 โครงการ), จีน (45,800 ล้านบาท จาก 321 โครงการ — มากที่สุดในแง่จำนวนโครงการ), ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น

ในแง่พื้นที่ ภาคกลางรับเม็ดเงินสูงสุดที่ 26,700 ล้านบาทจาก 513 โครงการ ตามด้วยภาคตะวันออก (EEC) ที่ 14,700 ล้านบาท ขณะที่ภาคเหนือแม้มูลค่ารวมยังน้อยกว่า แต่เติบโตสูงถึง 93% เมื่อเทียบปีก่อน สะท้อนว่าการลงทุนเริ่มกระจายตัวออกจากศูนย์กลางเดิมบ้างแล้ว

ความหมายต่อคนไทย: งาน โอกาส และสิ่งที่ต้องจับตา

ภายในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ — ประตูสู่การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศของไทย ภาพประกอบ: อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ — Photo by David McKelvey, CC BY 2.0 via Wikimedia Commons

บีโอไอประเมินว่าโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมในครึ่งปีแรกนี้จะสร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง ดันการใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มอีก 386,000 ล้านบาทต่อปี (คิดเป็น 42% ของวัตถุดิบที่ใช้ทั้งหมด) และเพิ่มมูลค่าการส่งออกอีกกว่า 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี นายนฤตม์กล่าวว่า "แนวโน้มการลงทุนในไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของราคาพลังงาน และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก"

สำหรับคนทำงานทั่วไป ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่าสถิติในรายงาน — งานใหม่ที่เกิดขึ้นจากดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมดิจิทัลมักต้องการทักษะเฉพาะทาง (วิศวกรระบบ ผู้ดูแลเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน) ซึ่งเปิดโอกาสให้แรงงานไทยที่พัฒนาทักษะด้านนี้ตั้งแต่วันนี้ ส่วนสิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ ผลของเกณฑ์คุณภาพใหม่จะทำให้การอนุมัติโครงการช้าลงหรือไม่ และอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์จะกระทบความสามารถแข่งขันของไทยเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและเวียดนามมากน้อยเพียงใด — เพราะทั้งหมดนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าครึ่งปีหลังของ 2569 จะยังคงแรงส่งต่อไปได้หรือไม่

แหล่งข่าว

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

ตัวเลข 1.37 ล้านล้านบาท กับ 1.47 ล้านล้านบาท ต่างกันอย่างไร?
1.37 ล้านล้านบาท (ราว 40,500 ล้านดอลลาร์) คือยอดขอรับการส่งเสริมจากนักลงทุนต่างชาติ (FDI) เพียงอย่างเดียว จาก 877 โครงการ ส่วน 1.47 ล้านล้านบาท (43,600 ล้านดอลลาร์) คือยอดรวมทั้งนักลงทุนต่างชาติและในประเทศ จาก 1,299 โครงการ
ทำไมรัฐบาลถึงเพิ่งออกกฎเข้มงวดเรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้งที่กำลังพยายามดึงการลงทุน?
เพราะดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาล และกว่า 70% ของโครงการกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ EEC รัฐบาลจึงต้องการคัดกรองให้ได้โครงการที่ประหยัดพลังงานจริง (ค่า PUE ไม่เกิน 1.3) และกระจายไปยังพื้นที่อื่นแทนที่จะปล่อยให้ทุกโครงการกระจุกที่เดิม เพื่อไม่ให้กระทบโครงข่ายไฟฟ้า-น้ำของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทยไทย
เทคโนโลยี

นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวิรัตน์ นำคณะนักธุรกิจกว่า 100 คน เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 ก.ค. 2569 เข้าร่วม WAIC 2026 ณ เซี่ยงไฮ้ พบสีจิ้นผิง และลงนาม MOU 14 ฉบับ มุ่งดึงทุน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ไทย

อ่านข่าว
ไทยผงาดสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์-AI แห่งอาเซียน BOI ไฟเขียวลงทุนระลอกใหม่ 9.58 แสนล้านบาทไทย
เทคโนโลยี

ไทยผงาดสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์-AI แห่งอาเซียน BOI ไฟเขียวลงทุนระลอกใหม่ 9.58 แสนล้านบาท

บีโอไอไฟเขียวลงทุนดิจิทัล 6 โครงการรวม 9.58 แสนล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ ขณะ Google, AWS และ Microsoft ตั้งศูนย์คลาวด์ในไทย ดันไทยสู่ฮับ AI อาเซียน

อ่านข่าว
Microsoft-Amazon พุ่ง Meta-Apple ร่วง ศึกงบ AI แสนล้านดอลลาร์ไตรมาสนี้ต่างประเทศ
เทคโนโลยี

Microsoft-Amazon พุ่ง Meta-Apple ร่วง ศึกงบ AI แสนล้านดอลลาร์ไตรมาสนี้

บิ๊กเทค 4 รายรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดสัปดาห์เดียวกัน นักลงทุนให้รางวัล Microsoft-Amazon ที่คลาวด์โตแรง แต่เทขาย Meta-Apple หลังกระแสเงินสดหดจากงบ AI

อ่านข่าว