แปลง PHP Array เป็น Object
ย้าย array จากโค้ด PHP ไปเป็น object ของ JavaScript ที่วางใช้ได้เลย
ผลลัพธ์จะแสดงที่นี่เครื่องมือนี้อ่านค่าคงที่เท่านั้น ถ้าใน array มีตัวแปร ค่าคงที่ของ PHP หรือการเรียกฟังก์ชัน ระบบจะบอกว่าอ่านไม่ได้ แทนที่จะเดาค่าให้
แปลงในเบราว์เซอร์ของคุณทั้งหมด ข้อมูลไม่ถูกส่งขึ้นเซิร์ฟเวอร์
เกี่ยวกับเครื่องมือนี้
เครื่องมือ แปลง PHP Array เป็น Object เปลี่ยน array ที่เขียนในโค้ด PHP ให้เป็น object literal ของ JavaScript ที่คัดลอกไปวางในโค้ดได้ทันที
ต่างจากการแปลงเป็น JSON ตรงที่ คีย์ที่เป็นชื่อตัวแปรที่ถูกต้องจะไม่ถูกครอบด้วยเครื่องหมายคำพูด ซึ่งเป็นสไตล์ที่โค้ด JavaScript จริงใช้และอ่านสบายตากว่า ส่วนคีย์ที่มีขีดกลาง ช่องว่าง หรือขึ้นต้นด้วยตัวเลข จะยังถูกครอบไว้ เพราะถ้าไม่ครอบโค้ดจะรันไม่ได้
งานที่ใช้บ่อยคือตอน ย้ายค่าคงที่หรือตารางแปลงข้ามฝั่ง จากแบ็กเอนด์ PHP ไปฟรอนต์เอนด์ JavaScript เช่น รายชื่อจังหวัด mapping ของรหัสสินค้า หรือค่าตั้งต้นของฟอร์ม
ตัวอ่านเป็นตัวเดียวกับหน้า แปลง PHP Array เป็น JSON ต่างกันแค่วิธีเขียนผลลัพธ์ ดังนั้นสิ่งที่หน้าหนึ่งอ่านได้ อีกหน้าก็อ่านได้เหมือนกัน และทั้งคู่จะบอกตรง ๆ เมื่อเจอตัวแปรหรือค่าคงที่ที่ประเมินค่าไม่ได้
วิธีใช้งาน
- 1คัดลอก array จากโค้ด PHP ของคุณ
- 2วางลงในช่องป้อนข้อมูล รองรับทั้ง array() และวงเล็บเหลี่ยมแบบสั้น
- 3ระบบจะแปลงเป็น object ของ JavaScript พร้อมจัดย่อหน้าให้
- 4กดคัดลอกไปวางในโค้ด JavaScript ได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
- ต่างจากการแปลงเป็น JSON อย่างไร
- ผลลัพธ์เป็น object literal ของ JavaScript คีย์ที่เป็นชื่อตัวแปรได้จะไม่ถูกครอบด้วยเครื่องหมายคำพูด ซึ่งอ่านง่ายกว่าและเป็นสไตล์ที่ใช้ในโค้ด JavaScript จริง ส่วน JSON จะครอบคีย์ทุกตัวเสมอ
- คีย์แบบไหนที่ยังถูกครอบด้วยเครื่องหมายคำพูด
- คีย์ที่ไม่ใช่ชื่อตัวแปรที่ถูกต้องใน JavaScript เช่น มีขีดกลาง ขึ้นต้นด้วยตัวเลข หรือมีช่องว่าง เพราะถ้าไม่ครอบ โค้ดจะรันไม่ได้
- ทำไม array ที่คีย์ไม่เรียงถึงกลายเป็น object
- เพราะ array ของ PHP เป็นแผนที่แบบมีลำดับ ถ้าคีย์ไม่ใช่ 0, 1, 2 เรียงพอดี การแปลงเป็นรายการของ JavaScript จะทำให้คีย์หายไป
- รองรับคอมเมนต์ในโค้ดไหม
- รองรับ ทั้ง // # และ /* */ จะถูกข้ามให้ จึงวางโค้ดจากไฟล์จริงได้เลย
- ใช้ตัวอ่านเดียวกับหน้าแปลงเป็น JSON ไหม
- ใช่ ทั้งสองหน้าใช้ตัวอ่านเดียวกัน ต่างกันแค่วิธีเขียนผลลัพธ์ออกมา จึงมั่นใจได้ว่าอ่านโค้ดได้เหมือนกันทุกกรณี