ไทยเจ้าภาพประชุม IMF–ธนาคารโลก ครั้งแรกในรอบ 35 ปี

กรุงเทพฯ กลายเป็นศูนย์กลางวงการการเงินโลกในสัปดาห์นี้ เมื่อ การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 เปิดฉากเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม และดำเนินไปถึงวันที่ 18 ตุลาคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นับเป็นครั้งที่สองที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพ ต่อจากครั้งแรกเมื่อปี 1991 หรือเมื่อ 35 ปีก่อน

ใครมาร่วมงานบ้าง
ผู้จัดคาดว่ามีผู้แทนกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ขณะที่รายงานของ Nation Thailand เองระบุทั้งราว 15,000 และราว 17,000 คน จึงควรมองว่าเป็นตัวเลขโดยประมาณ คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการ IMF เดินทางถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม และได้รับการต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ร่วมงานที่คาดว่าจะเข้าร่วมยังมีอจัย บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ประธานาธิบดีสิงคโปร์ ธาร์มัน ชานมุกรัตนัม และเควิน วอร์ช ประธานเฟด ฝั่งไทยมีนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมงาน การประชุมใหญ่หลักกำหนดวันที่ 16 ตุลาคม
ก่อนเริ่มงาน จอร์จีวากล่าวต้อนรับการที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยชี้ถึง "ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกต่อเศรษฐกิจโลก" โฆษกรองรัฐบาลระบุว่าสัดส่วนของภูมิภาคนี้ในจีดีพีโลกเพิ่มจากราว 25% ในปี 1991 เป็นประมาณ 43% ในปัจจุบัน
ภาพประกอบ: สำนักงานใหญ่ IMF ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภาพจาก Wikimedia Commons (สัญญาอนุญาต CC)
วาระการหารือ
หัวข้อหลักครอบคลุมความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนี้สาธารณะ เทคโนโลยีการเงิน สินทรัพย์ดิจิทัล และความเสี่ยงไซเบอร์ต่อระบบการเงิน โดยธีมของเจ้าภาพคือ "Thailand's New Horizons: Empowering People, Building Resilience" รายงานช่วงวันแรก ๆ เน้นหลายประเด็น:
- "Small AI" เพื่อการจ้างงาน — เวทีของธนาคารโลกเมื่อ 12 ต.ค. หัวข้อ "Small AI: More and Better Jobs" พูดถึงเครื่องมือ AI ขนาดเล็กที่ประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงได้จริง
- การเงินที่ทนทานต่อการฉ้อโกง — กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับ IMF และธนาคารโลก จัดทำ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services เป็นแนวทาง 12 ข้อที่ไม่มีผลผูกพัน
- ยุทธศาสตร์ "Trusted Connector" — เชื่อมเศรษฐกิจใหญ่และเล็กผ่านการค้า การลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงโครงการ Skill Bridge เชื่อมธุรกิจกับมหาวิทยาลัยเพื่อทักษะด้าน AI
- AI เพื่อร้านค้ารายย่อย — ผู้ช่วย AI "นกกระจิบ" (Nok Krajib) มีแผนเชื่อมกับแอปกระเป๋าเงินของภาครัฐ เพื่อช่วยผู้ค้ารายย่อยเกือบหนึ่งล้านราย
- กิจกรรมคู่ขนาน — CNN Global Perspectives ครั้งแรกในเอเชีย (14 ต.ค.) เวที Future-Ready Economy 2026 เวทีเยาวชนด้าน AI และศาลาไทยว่าด้วยงานพัฒนาตามพระราชดำริ 7 ทศวรรษ
เรื่องเม็ดเงิน
ภาครัฐประเมินว่าการประชุมจะสร้างกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศ 1,050–2,250 ล้านบาท โดยสมมติว่าผู้เข้าร่วมพำนัก 7–10 วัน ใช้จ่ายคนละ 10,000–15,000 บาทต่อวัน ส่งผลดีต่อโรงแรม ร้านอาหาร ภาคบริการ และสินค้าท้องถิ่น ทั้งนี้เป็นตัวเลขประมาณการจากสมมติฐาน ไม่ใช่ผลที่วัดได้จริง รางวัลที่ใหญ่กว่าคือการลงทุน — ไทยจะโปรโมตโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในสาขาอย่าง AI และรถยนต์ไฟฟ้า
ภาพประกอบ: ย่านใจกลางกรุงเทพฯ ยามเย็น ภาพจาก Wikimedia Commons (สัญญาอนุญาต CC)
ตัวเลขที่ไทยนำมาแสดง
ตัวเลขของภาครัฐที่ถูกอ้างในการประชุมระบุว่า คำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 47% และการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวมากกว่า 10% สองไตรมาสติดต่อกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 60 bps ในรอบแปดเดือน เทียบกับพันธบัตรสหรัฐฯ ที่เพิ่ม 120 bps นอกจากนี้ไทยกระจายแหล่งนำเข้าพลังงานจากที่เคยพึ่งพาตะวันออกกลางมาก ไปยังแอฟริกาตะวันตกและละตินอเมริกา
ภาพในประเทศสุขุมกว่านั้น นายวิทัย ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวเมื่อ 8 ต.ค. ว่ายังไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย และนโยบายการเงินแก้ปัญหาโครงสร้างการเติบโตไม่ได้ โดยคาดเศรษฐกิจปีนี้โต ราว 2.3% อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงที่ 1.00% และการประชุมครั้งถัดไปคือวันที่ 28 ตุลาคม
เสียงจากเวที
นายจุติ ไกรฤกษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการคลังของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า "Trust is earned, cannot be bought" (ความไว้วางใจต้องสร้างขึ้น ซื้อไม่ได้) สอดรับกับธีมการต้านการฉ้อโกง นายกฯ อนุทินกล่าวว่าไทยพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อยกระดับทักษะและนำความรู้ใหม่เข้ามา ไม่ใช่ทุกเสียงที่เป็นการเฉลิมฉลอง บทความแสดงความเห็นเมื่อ 14 ต.ค. เสนอว่าไทยควรใช้เวทีนี้ดึงการลงทุนและปฏิรูป เพราะ "ความท้าทายที่แท้จริงคือการเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน"
ภาพประกอบ: สำนักงานใหญ่ธนาคารโลก ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภาพจาก Wikimedia Commons (สัญญาอนุญาต CC)
หลังจากนี้
สัปดาห์นี้จะถึงจุดสูงสุดในการประชุมใหญ่วันที่ 16 ต.ค. และปิดฉากวันที่ 18 ต.ค. สิ่งที่คนทั่วไปเห็นก่อนคือโรงแรมที่คึกคักและการจราจรรอบศูนย์ประชุม ส่วนคำมั่นด้านการลงทุนจะกลายเป็นงานและรายได้หรือไม่ ต้องใช้เวลานานกว่านั้น สำหรับผู้ติดตามดอกเบี้ยและราคาสินค้า วันที่ 28 ต.ค. ของ ธปท. คือวันถัดไปที่ต้องจับตา ดูเพิ่มเติมที่ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว 450 บาทของไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 — การประชุมยังดำเนินอยู่
แหล่งข่าว
คำถามที่พบบ่อย
- การประชุมประจำปี IMF–ธนาคารโลก 2026 จัดเมื่อไรและที่ไหน
- จัดวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ โดยการประชุมใหญ่หลักคือวันที่ 16 ตุลาคม
- การประชุมนี้สร้างเม็ดเงินให้เศรษฐกิจไทยเท่าไร
- ภาครัฐประเมิน 1,050–2,250 ล้านบาท โดยสมมติว่าผู้เข้าร่วมพำนัก 7–10 วัน ใช้จ่ายคนละ 10,000–15,000 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขประมาณการ ไม่ใช่ผลที่วัดได้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยไฟเขียวค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท เริ่มเก็บทางอากาศต้นปี 2570
กระทรวงท่องเที่ยวฯ สรุปผลรับฟังความเห็น 80% หนุนเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท นำเข้ากองทุนประกันภัย-พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว คาดรายได้กว่า 8,000 ล้านบาทต่อปี
ไทยค่าไฟใหม่ ก.ย. 69: ใช้น้อยจ่ายถูกลง 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย
กกพ. ประกาศโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569 ใช้ไฟ 200 หน่วยแรกจ่ายไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ลดภาระค่าครองชีพกว่า 21 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
ไทยสหรัฐเก็บภาษี 12.5% สินค้าไทย ไทยเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าหวังลดเหลือ 10%
สหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 12.5% สินค้าไทยตั้งแต่ 24 ก.ค. 2569 อ้างปัญหาแรงงานบังคับ ยกเว้นกว่า 2,120 รายการ ขณะไทยเร่งเจรจา ART หวังลดภาษีเหลือ 10% เท่าเพื่อนบ้าน