ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
สังคมต่างประเทศ

ฉีดปีละ 2 ครั้ง ป้องกัน HIV ได้เกือบ 100% — 'เลนาคาพาเวียร์' เริ่มกระจายสู่หลายประเทศปี 2026 รวมถึงไทย

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 16 นาที
แชร์บทความนี้
ฉีดปีละ 2 ครั้ง ป้องกัน HIV ได้เกือบ 100% — 'เลนาคาพาเวียร์' เริ่มกระจายสู่หลายประเทศปี 2026 รวมถึงไทย
ภาพประกอบ: เซลล์เม็ดเลือดขาว T ที่ติดเชื้อ HIV (จุดสีส้มคือไวรัส) ถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน โดย NIAID — CC BY 2.0 via Wikimedia Commons

ข่าวดีครั้งใหญ่ของวงการสาธารณสุขโลก: ยาฉีดป้องกันการติดเชื้อ HIV ชนิดออกฤทธิ์นานชื่อ เลนาคาพาเวียร์ (lenacapavir) ที่ฉีดเพียง ปีละ 2 ครั้ง และป้องกันการติดเชื้อได้ มากกว่า 99.9% ในการทดลองทางคลินิก กำลังเปลี่ยนจาก "ความหวังในห้องวิจัย" สู่ "การใช้จริง" — โดยปี 2026 หลายประเทศเริ่มกระจายยานี้แล้ว และ ประเทศไทยเตรียมนำร่องในเดือนกรกฎาคม 2026

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2026 องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์ชื่นชม แอฟริกาใต้ ที่เปิดตัวการกระจายเลนาคาพาเวียร์ในระดับประเทศอย่างเป็นทางการ นับเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ของโลกที่ก้าวจาก "นโยบาย" สู่ "การปฏิบัติจริง"

ยาฉีดที่อาจพลิกเกมการป้องกัน HIV

ภาพถ่ายด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนของเซลล์เม็ดเลือดขาว T ที่ติดเชื้อ HIV ภาพประกอบ: เซลล์ T ที่ติดเชื้อ HIV (จุดสีส้มคือไวรัส) — NIAID, CC BY 2.0

เลนาคาพาเวียร์เป็นยาใช้เป็น PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis หรือยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ HIV จุดเด่นที่ทำให้วงการตื่นเต้นคือ รูปแบบการใช้ที่ง่ายอย่างไม่เคยมีมาก่อน — แทนที่จะต้องกินยาเม็ดทุกวัน ผู้ใช้เพียงฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ปีละ 2 ครั้ง โดยหนึ่งเข็มให้การป้องกันนานประมาณ 6 เดือน

ความสะดวกนี้สำคัญมาก เพราะหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ของการป้องกัน HIV คือ "การกินยาให้สม่ำเสมอ" หลายคนลืมกินยาเม็ดรายวัน หรือไม่สะดวกพกพา การฉีดปีละ 2 ครั้งจึงช่วยลดภาระและเพิ่มโอกาสที่การป้องกันจะได้ผลจริง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุมัติเลนาคาพาเวียร์ในชื่อการค้า Yeztugo เมื่อ 18 มิถุนายน 2025 ในฐานะ ทางเลือก PrEP ชนิดฉีดปีละ 2 ครั้งตัวแรก จากนั้นในวันที่ 14 กรกฎาคม 2025 WHO ได้ออกคำแนะนำระดับโลกให้ใช้ยานี้ในการประชุม International AIDS Conference ที่กรุงคิกาลี ประเทศรวันดา

ตัวเลขที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์มั่นใจ

แบบจำลองโครงสร้างโมเลกุลสามมิติของเลนาคาพาเวียร์ แบบจำลองโครงสร้างสามมิติของโมเลกุลเลนาคาพาเวียร์ — Jovan.gec, CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons

ความน่าเชื่อถือของเลนาคาพาเวียร์มาจากผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 สองชุดใหญ่คือ PURPOSE 1 และ PURPOSE 2 ซึ่งพบว่าผู้เข้าร่วมที่ได้รับยา มากกว่า 99.9% ยังคงไม่ติดเชื้อ HIV ตลอดช่วงการศึกษา ขณะที่ UNAIDS ระบุประสิทธิภาพในการป้องกันอยู่ที่ อย่างน้อย 96% ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับเครื่องมือป้องกันโรค

ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่ไม่รุนแรง — ส่วนมากเป็น อาการปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีด เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่ายานี้ ป้องกันเฉพาะ HIV ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ และไม่ได้แทนที่การคุมกำเนิด จึงควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ ร่วมกับการป้องกันแบบอื่นตามความเหมาะสม

ในแง่ของภาระโรค HIV ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลก โดยทั่วโลกมี ผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่ราว 1.3 ล้านคนต่อปี การมีเครื่องมือป้องกันที่ทรงพลังและใช้ง่ายจึงมีความหมายมหาศาลต่อเป้าหมายยุติเอดส์ภายในปี 2030

ภาพประกอบ: ฉีดอย่างไร

ภาพประกอบวิธีการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ภาพประกอบการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง (subcutaneous) — เลนาคาพาเวียร์ใช้วิธีฉีดลักษณะนี้ปีละ 2 ครั้ง · ภาพ public domain via Wikimedia Commons

เลนาคาพาเวียร์ฉีดเข้า ใต้ผิวหนัง (subcutaneous) ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับการฉีดอินซูลินหรือวัคซีนบางชนิด การเริ่มใช้ครั้งแรกจะใช้ทั้งยาเม็ดและยาฉีดควบคู่ จากนั้นการป้องกันต่อเนื่องจะเป็นการ ฉีดเข้าใต้ผิวหนังปีละ 2 ครั้ง เท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมกินยาในชีวิตประจำวัน

องค์การอนามัยโลกหนุนเต็มที่ และการกระจายที่เร่งตัว

อาคารสำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก กรุงเจนีวา สำนักงานใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ · ภาพ CC via Wikimedia Commons

ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าวชื่นชมแอฟริกาใต้ว่าเป็น "หนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่ก้าวจากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง" โดยได้บรรจุยานี้ในบัญชียาจำเป็นของประเทศและเตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อม

จากข้อมูลของ กองทุนโลก (The Global Fund) ณ เดือนเมษายน 2026 การกระจายยาเริ่มต้นใน 9 ประเทศแรก ได้แก่ เอสวาตินี เคนยา เลโซโท โมซัมบิก ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ ยูกันดา แซมเบีย และซิมบับเว และกำลังขยายไปอีก 12 ประเทศ — ซึ่งรวมถึง ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิจิ จอร์เจีย โมร็อกโก รวันดา ปาปัวนิวกินี เบนิน บอตสวานา สาธารณรัฐโดมินิกัน เฮติ และฮอนดูรัส

"ชุมชนต่าง ๆ รอคอยทางเลือกการป้องกันที่ตอบโจทย์มานานเกินไป เลนาคาพาเวียร์เปลี่ยนเกมได้จริง — แต่ก็ต่อเมื่อมันเข้าถึงได้ ราคาไม่แพง และมีให้ใช้ทุกที่เท่านั้น" — แถลงการณ์ UNAIDS

ในด้านปริมาณและเป้าหมาย กองทุนโลกและ PEPFAR (โครงการช่วยเหลือด้านเอดส์ของสหรัฐฯ) ตั้งเป้าเข้าถึงผู้คน 2 ล้านคน ภายในปี 2028 และล่าสุดได้ขยายเป้าเป็น 3 ล้านคน โดยปี 2026 มีปริมาณยาพร้อมใช้ราว 600,000 โดส เป็นปีแรก

ราคาที่จับต้องได้สำหรับประเทศรายได้น้อย

โจทย์ใหญ่ที่สุดของยานวัตกรรมมักเป็น "ราคา" — ในสหรัฐฯ เลนาคาพาเวียร์ตั้งราคาสูงราว 28,000 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี ซึ่งคนส่วนใหญ่ในประเทศรายได้น้อยไม่มีทางจ่ายไหว

แต่ข่าวดีคือ Gilead ได้ทำข้อตกลงอนุญาตให้ผู้ผลิต ยาสามัญ (generic) เช่น Dr Reddy's และ Hetero ของอินเดีย ผลิตเลนาคาพาเวียร์ในราคาเพียงประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี สำหรับ 120 ประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง เริ่มตั้งแต่ปี 2027 — เป็นการลดราคาลงหลายร้อยเท่า เพื่อให้ผู้คนที่ต้องการมากที่สุดได้เข้าถึงจริง

วินนี บายันยิมา (Winnie Byanyima) ผู้อำนวยการบริหาร UNAIDS ย้ำว่าการจะ "ยุติเอดส์ในฐานะภัยสาธารณสุข" ได้จริงนั้น โลกต้องเดินหน้าต่อด้วยการ ขยายการผลิตยาสามัญในวงกว้าง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา และตั้งกรอบราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใส

ความหมายต่อคนไทย

สำหรับประเทศไทย ข่าวนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด — ในเดือน ตุลาคม 2025 กลไกความร่วมมือประเทศไทยของกองทุนโลก ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการ นำร่องการใช้เลนาคาพาเวียร์เป็น PrEP เริ่มเดือนกรกฎาคม 2026 ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Gilead เพื่อประเมินความเป็นไปได้ ความปลอดภัย และการผสานเข้ากับระบบบริการ PrEP ของไทย รวมถึงรูปแบบบริการที่เป็นมิตรกับเยาวชน

นอกจากนี้ Gilead ยังได้ ยื่นขอขึ้นทะเบียนยา (Marketing Authorization Application) สำหรับเลนาคาพาเวียร์เพื่อป้องกัน HIV ในประเทศไทยและเวียดนามตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2025

ข่าวความก้าวหน้าด้านสุขภาพระดับโลกเช่นนี้สะท้อนแนวคิด "ป้องกันก่อนป่วย" ที่คุ้มค่ากว่าการรักษาเสมอ เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพเชิงรุกในด้านอื่น ๆ ที่เราเคยนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพระบบสาธารณสุขไทยที่ติดอันดับโลก หรือการวางแผนความคุ้มครองสุขภาพล่วงหน้าผ่านประกันสุขภาพ และการดูแลสุขภาพด้วยวิตามินและอาหารเสริมอย่างเข้าใจ

สรุปข่าวโดยย่อ:

  • ยา: เลนาคาพาเวียร์ (Yeztugo) ยาฉีดป้องกัน HIV ออกฤทธิ์นาน ของ Gilead Sciences
  • วิธีใช้: ฉีดเข้าใต้ผิวหนังปีละ 2 ครั้ง (หนึ่งเข็มป้องกันราว 6 เดือน)
  • ประสิทธิภาพ: กว่า 99.9% ในการทดลอง PURPOSE 1/2 (WHO ระบุอย่างน้อย 96%)
  • สถานะ: FDA อนุมัติ 18 มิ.ย. 2025 · WHO แนะนำ 14 ก.ค. 2025 · แอฟริกาใต้กระจายระดับประเทศ 15 มิ.ย. 2026
  • ไทย: นำร่องเริ่ม ก.ค. 2026 · ยื่นขึ้นทะเบียนยาตั้งแต่ ธ.ค. 2025
  • ราคา: ยาสามัญ ~40 ดอลลาร์/คน/ปี ใน 120 ประเทศ เริ่มปี 2027

นี่คือตัวอย่างที่ดีว่านวัตกรรมทางการแพทย์ บวกกับความร่วมมือระดับโลกเพื่อให้ "เข้าถึงได้จริง" สามารถนำมนุษยชาติเข้าใกล้เป้าหมายยุติเอดส์ได้มากขึ้นทุกที — และครั้งนี้ ประเทศไทยก็อยู่ในแผนที่ของความหวังนี้ด้วย

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

เลนาคาพาเวียร์ (lenacapavir) คืออะไร?
เป็นยาฉีดป้องกันการติดเชื้อ HIV ชนิดออกฤทธิ์นาน ใช้เป็น PrEP (ยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ) ฉีดเข้าใต้ผิวหนังเพียงปีละ 2 ครั้ง โดยฉีดหนึ่งเข็มให้การป้องกันราว 6 เดือน ผลิตโดยบริษัท Gilead Sciences และทำตลาดในสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ Yeztugo
ป้องกัน HIV ได้ดีแค่ไหน?
ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 (PURPOSE 1 และ PURPOSE 2) ผู้เข้าร่วมที่ได้รับยามากกว่า 99.9% ยังคงไม่ติดเชื้อ HIV ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุประสิทธิภาพในการป้องกันอยู่ที่อย่างน้อย 96% อย่างไรก็ตามยานี้ป้องกันเฉพาะ HIV ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
คนไทยจะเข้าถึงยานี้ได้เมื่อไร?
ไทยเป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่กองทุนโลกขยายการสนับสนุนการนำเลนาคาพาเวียร์มาใช้ โดยกลไกความร่วมมือประเทศไทยร่วมกับกรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติงบนำร่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และมีกำหนดเริ่มโครงการนำร่องในเดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่ Gilead ยื่นขอขึ้นทะเบียนยาในไทยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025
ราคายาแพงไหม?
ในสหรัฐฯ ราคาตั้งไว้สูงราว 28,000 ดอลลาร์ต่อปี แต่สำหรับประเทศรายได้น้อยถึงปานกลาง มีข้อตกลงให้ผู้ผลิตยาสามัญ (เช่น Dr Reddy's และ Hetero ของอินเดีย) ผลิตในราคาประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อคนต่อปี ใน 120 ประเทศ เริ่มตั้งแต่ปี 2027 พร้อมการสนับสนุนจากกองทุนโลกและ PEPFAR
ยาฉีดนี้แทนถุงยางอนามัยได้หรือไม่?
ไม่ได้ทดแทนกันโดยตรง เลนาคาพาเวียร์ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อ HIV ได้อย่างมาก แต่ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น ซิฟิลิส หนองใน หรือการตั้งครรภ์ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ใช้ร่วมกับการป้องกันแบบอื่นและปรึกษาแพทย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย: ระบาดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ คร่าชีวิตกว่า 700 คนในคองโกต่างประเทศ
สังคม

อีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโย: ระบาดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ คร่าชีวิตกว่า 700 คนในคองโก

ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ระบาดหนักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก คร่าชีวิตกว่า 700 คน ผู้ติดเชื้อยืนยันเกือบ 2,000 ราย WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ขณะที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาที่ได้รับการรับรอง

อ่านข่าว
วิจัยใหญ่ยืนยัน "น้ำยาป้ายฟัน" หยุดฟันผุเด็กเล็กได้ครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องกรอ ไม่ต้องฉีดยาชาต่างประเทศ
สังคม

วิจัยใหญ่ยืนยัน "น้ำยาป้ายฟัน" หยุดฟันผุเด็กเล็กได้ครึ่งหนึ่ง ไม่ต้องกรอ ไม่ต้องฉีดยาชา

งานวิจัยระยะที่ 3 ในเด็ก 830 คน ตีพิมพ์ใน JAMA Pediatrics พบว่าสารซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) แบบป้ายเพียงไม่กี่วินาที หยุดฟันผุในฟันน้ำนมได้ถึง 54% เทียบกับ 22.5% ในกลุ่มควบคุม เปิดทางเลือกใหม่สำหรับเด็กเล็กที่กลัวหมอฟัน

อ่านข่าว
คิวบาวิกฤตไฟดับซ้ำซาก: 5 ครั้งใน 5 เดือน กระทบคนกว่า 10 ล้านชีวิตต่างประเทศ
สังคม

คิวบาวิกฤตไฟดับซ้ำซาก: 5 ครั้งใน 5 เดือน กระทบคนกว่า 10 ล้านชีวิต

คิวบาเผชิญไฟดับทั่วเกาะ 5 ครั้งในปี 2569 ล่าสุดเมื่อ 14 กรกฎาคม ขณะที่กริดไฟฟ้าผลิตได้เพียง 43% ของความต้องการ เหตุจากโรงไฟฟ้ายุคโซเวียตเสื่อมสภาพบวกกับการตัดน้ำมันจากเวเนซุเอลา จีนเข้าช่วยด้วยโซลาร์ฟาร์ม 49 แห่ง

อ่านข่าว