ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.
สังคมต่างประเทศ

กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปี

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 15 นาที
แชร์บทความนี้
กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปี
ภาพ: กากาโป้ระยะใกล้ — Kimberley Collins — CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)

ประชากรกากาโป้ (Kākāpō) นกแก้วที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ได้แตะระดับ 325 ตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 หลังฤดูผสมพันธุ์ปีนี้ให้ลูกนกที่รอดชีวิตถึงวัยพึ่งตัวเองได้มากถึง 90 ตัว ทำลายสถิติเดิมของโครงการฟื้นฟูที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1995 ตามการเปิดเผยของกรมอนุรักษ์นิวซีแลนด์ (Department of Conservation หรือ DOC) นับเป็นครั้งแรกในรอบราว 75 ปีที่ประชากรของนกชนิดนี้ทะลุหลัก 300 ตัวได้สำเร็จ

จากนกที่เหลือเพียง 51 ตัว สู่สถิติใหม่

กากาโป้เป็นนกแก้วเฉพาะถิ่นของนิวซีแลนด์ มีจุดเด่นคือเป็นนกแก้วที่หนักที่สุดในโลก (ตัวผู้หนักได้ถึงราว 4 กิโลกรัม) บินไม่ได้ หากินเวลากลางคืน และมีอายุยืนได้ถึง 60-90 ปี เนื่องจากวิวัฒนาการมาในดินแดนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติ กากาโป้จึงไม่จำเป็นต้องบินหนีศัตรู แต่จุดแข็งข้อนี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนร้ายแรงเมื่อมนุษย์เข้ามาตั้งถิ่นฐานและนำแมวกับหนูติดตัวมาด้วย ประกอบกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่และการล่าโดยตรง ทำให้ประชากรกากาโป้ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็วจนเกือบสูญพันธุ์ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20

ความพยายามอนุรักษ์กากาโป้มีมาตั้งแต่ปี 1894 แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1995 เมื่อโครงการฟื้นฟูกากาโป้ (Kākāpō Recovery Programme) เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ ขณะนั้นเหลือกากาโป้ทั้งหมดเพียง 51 ตัวทั่วประเทศ เป็นตัวเมียเพียง 20 ตัวเท่านั้น — จำนวนที่น้อยจนความหลากหลายทางพันธุกรรมต่ำ ส่งผลให้ไข่หลายฟองไม่ได้รับการผสมพันธุ์หรือฟักไม่สำเร็จ อาหารหลักของกากาโป้อย่างผลไม้จากต้นริมู (rimu) ก็ออกผลมากเพียงทุก 2-4 ปีเท่านั้น ทำให้ปีที่นกจะผสมพันธุ์ได้ผลดีเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ต้นริมูในป่านิวซีแลนด์ ผลของต้นไม้ชนิดนี้เป็นตัวกระตุ้นการผสมพันธุ์ของกากาโป้ ภาพ: ต้นริมู ซึ่งปีที่ออกผลดกเป็นสัญญาณกระตุ้นให้กากาโป้เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ — Pseudopanax at English Wikipedia — สาธารณสมบัติ (Wikimedia Commons)

ฤดูผสมพันธุ์ปี 2026 ที่ทำลายสถิติ

ฤดูผสมพันธุ์ปี 2026 ถือเป็นฤดูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรอบ 13 ฤดูของโครงการ ตัวเมีย 79 ตัวทำรัง วางไข่รวม 258 ฟอง ฟักออกมาเป็นลูกนก 106 ตัว จากพ่อพันธุ์ 32 ตัวและแม่พันธุ์ 48 ตัวที่ให้ลูกนกที่มีชีวิตรอด และในจำนวนนี้มีลูกนก 90 ตัวที่มีอายุครบ 150 วัน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ถือว่าลูกนกกากาโป้แข็งแรงพอจะพึ่งตัวเองได้ และถูกนับรวมเข้าสถิติประชากรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ส่งผลให้ประชากรรวมเพิ่มจาก 235 ตัว เป็น 325 ตัว

ตัวเลขสำคัญของฤดูผสมพันธุ์ 2026จำนวน
ตัวเมียที่ทำรัง79 ตัว
ไข่ที่วางทั้งหมด258 ฟอง
ลูกนกที่ฟักออกมา106 ตัว
ลูกนกที่รอดถึงวัยอิสระ (150 วัน)90 ตัว
ประชากรรวมหลังนับ (1 ก.ย. 2026)325 ตัว
ครั้งล่าสุดที่ประชากรเกิน 300 ตัวราว 75 ปีก่อน

ข้อมูล ณ 1 กันยายน 2026 — กรมอนุรักษ์นิวซีแลนด์ (DOC)

ตัวเลข 90 ตัวนี้มีความหมายมากกว่าที่ตัวเลขบอก เพราะในช่วงแรกของโครงการฟื้นฟู การจะได้ลูกนกครบ 90 ตัวต้องใช้เวลาถึง 16 ปี แต่ปีนี้ทำได้ในฤดูเดียว นอกจากนี้ยังมีความสำเร็จที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น แม่พันธุ์วัยเพียง 4 ปี 3 ตัวที่ผสมพันธุ์ได้ลูกเป็นครั้งแรก ถือเป็นแม่พันธุ์อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้

กากาโป้ตัวหนึ่งกำลังกินอาหารอยู่ท่ามกลางพืชพันธุ์ ภาพ: Sirocco กากาโป้ตัวผู้ที่มีชื่อเสียงของนิวซีแลนด์ — Department of Conservation — CC BY 2.0 (Wikimedia Commons)

เบื้องหลังความสำเร็จ: เกาะปลอดภัยและเทคโนโลยี

กากาโป้ที่เหลืออยู่ทั้งหมดถูกย้ายไปอาศัยอยู่บนเกาะนอกชายฝั่งที่กำจัดผู้ล่าอย่างแมวและหนูออกจนหมดแล้ว 3 เกาะ ได้แก่ เกาะเวนัวโฮอู/ก็อดฟิช (Whenua Hou/Codfish Island) เกาะปูเกนุย/แองเคอร์ (Pukenui/Anchor Island) และเกาะเตกาฮากู/ชอล์กกี (Te Kāhaku/Chalky Island) นกทุกตัวสวมเครื่องส่งสัญญาณวิทยุขนาดเล็กติดตัวคล้ายเป้สะพายหลัง เพื่อให้ทีมนักวิจัยติดตามความเคลื่อนไหว พฤติกรรมการทำรัง และสุขภาพของนกแต่ละตัวได้แบบเรียลไทม์

เทคนิคสำคัญอีกอย่างคือการผสมเทียม ซึ่งปีนี้ช่วยให้เกิดลูกนกได้ถึง 10 ตัว โดยทีมงานเลือกจับคู่พันธุกรรมที่เหมาะสมเพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรที่มีขนาดเล็ก และในปีที่ต้นริมูออกผลไม่มากพอ ทีมงานจะให้อาหารเสริมแก่นกเพื่อกระตุ้นการผสมพันธุ์ ที่น่าสังเกตคือปีนี้มีลูกนกเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่ต้องเลี้ยงด้วยมือ ลดลงอย่างมากจากปีก่อน ๆ สะท้อนแนวโน้มที่ประชากรกากาโป้เริ่มฟื้นตัวได้ตามธรรมชาติมากขึ้นโดยพึ่งพาการแทรกแซงของมนุษย์น้อยลง

บริษัทพลังงาน Meridian Energy เป็นผู้สนับสนุนหลักของโครงการมาตั้งแต่ปี 2016 และนับตั้งแต่ความร่วมมือเริ่มต้น ประชากรกากาโป้เพิ่มขึ้นแล้วกว่า 200 ตัว

ทิวทัศน์เกาะเวนัวโฮอู (ก็อดฟิชไอส์แลนด์) หนึ่งในเขตอนุรักษ์ปลอดผู้ล่าของกากาโป้ ภาพ: เกาะเวนัวโฮอู (ก็อดฟิชไอส์แลนด์) หนึ่งในสามเกาะปลอดผู้ล่าที่เป็นที่อยู่ของกากาโป้ — Glen Fergus — CC BY 3.0 (Wikimedia Commons)

เสียงจากทีมอนุรักษ์

เดียร์เดร เวอร์โค (Deidre Vercoe) ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการโครงการฟื้นฟูกากาโป้ของ DOC กล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า "ลูกนก 90 ตัวในฤดูเดียวถือเป็นสถิติใหม่" และยังกล่าวเสริมถึงความรู้สึกเมื่อประชากรทะลุหลัก 300 ตัวว่า "การที่ประชากรทะลุหลัก 300 ตัวไปได้นั้น ทำให้ฉันตื่นเต้นสุด ๆ"

ทางด้าน ทาเน เดวิส (Tāne Davis) ตัวแทนจากเผ่างาไอตาฮู (Ngāi Tahu) ซึ่งร่วมบริหารโครงการ ระบุว่าขั้นต่อไปทีมงานจะประเมินว่าพื้นที่หรือกลุ่มประชากรใดยังจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มข้นต่อไป และกลุ่มใดที่เริ่มฟื้นตัวได้ด้วยตัวเองมากพอที่จะลดการแทรกแซง

ขณะที่ แอนดรูว์ ดิกบี (Andrew Digby) ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของโครงการ เตือนว่าความสำเร็จนี้ยังมาพร้อมความท้าทายใหม่ โดยกล่าวว่า "หลังฤดูผสมพันธุ์รอบต่อไป เราจำเป็นต้องมีพื้นที่เพาะพันธุ์แห่งใหม่อย่างเร่งด่วน" เนื่องจากเกาะทั้งสามที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเริ่มมีความหนาแน่นของประชากรใกล้เต็มขีดความสามารถในการรองรับ

ก้าวต่อไป: หาเกาะแห่งใหม่ก่อนฤดูหน้า

ทีมงานคาดว่าฤดูผสมพันธุ์ครั้งต่อไปอาจมาถึงเร็วกว่าปกติ คือในปี 2028 หรือห่างจากปีนี้เพียง 2 ปี ต่างจากรอบการผสมพันธุ์ปกติที่มักห่างกันราว 4 ปีตามรอบการออกผลของต้นริมู ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ใช่การเพิ่มจำนวนประชากรอีกต่อไป แต่คือการหาพื้นที่เกาะปลอดผู้ล่าแห่งใหม่ให้ทันเวลา เพื่อรองรับประชากรที่กำลังเติบโตเร็วกว่าที่คาดไว้

ความสำเร็จของกากาโป้เป็นอีกหนึ่งสัญญาณบวกด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก ในทำนองเดียวกับความคืบหน้าการคุ้มครองมหาสมุทรโลกที่แตะ 10% เป็นครั้งแรก และการฟื้นตัวของประชากรพะยูนที่จังหวัดตรังของไทย ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นว่าเมื่อมนุษย์ลงมือปกป้องธรรมชาติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตที่เคยอยู่บนขอบของการสูญพันธุ์ก็ยังมีโอกาสฟื้นคืนกลับมาได้ อ่านข่าวดีด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมได้ที่หน้าข่าวของเรา

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

กากาโป้ (Kākāpō) คืออะไร?
กากาโป้เป็นนกแก้วที่หนักที่สุดในโลก ตัวผู้หนักได้ถึงราว 4 กิโลกรัม บินไม่ได้ หากินเวลากลางคืน มีอายุยืนได้ถึง 60-90 ปี และพบเฉพาะในนิวซีแลนด์เท่านั้น
ทำไมประชากรกากาโป้จึงลดลงจนใกล้สูญพันธุ์?
กากาโป้วิวัฒนาการมาโดยไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติ จึงไม่จำเป็นต้องบิน แต่เมื่อมนุษย์นำแมวและหนูเข้ามาในนิวซีแลนด์ ประกอบกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่และการล่า ทำให้ประชากรลดฮวบจนเหลือเพียง 51 ตัวในปี 1995
นิวซีแลนด์ทำอย่างไรให้กากาโป้ฟื้นตัวได้?
ย้ายนกทั้งหมดไปอยู่บนเกาะนอกชายฝั่งที่กำจัดผู้ล่าออกจนหมด ติดเครื่องส่งสัญญาณวิทยุกับนกทุกตัวเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด ใช้การผสมเทียมช่วยเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรม และให้อาหารเสริมในปีที่ต้นไม้อาหารหลักออกผลน้อย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก้าวสำคัญของท้องทะเลโลก: มหาสมุทรได้รับการคุ้มครองแล้ว 10% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ต่างประเทศ
สังคม

ก้าวสำคัญของท้องทะเลโลก: มหาสมุทรได้รับการคุ้มครองแล้ว 10% เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

UNEP-WCMC และ IUCN ประกาศว่ามหาสมุทรทั่วโลกได้รับการคุ้มครองแล้ว 10.01% เป็นครั้งแรก หนุนด้วยเขตอนุรักษ์ทะเลของเฟรนช์โปลินีเซียและสนธิสัญญาทะเลหลวง

อ่านข่าว
พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่าต่างประเทศ
สังคม

พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่า

นักวิจัยพบว่าโปรตีนจากเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง เมื่อผสมกันหยุดพิษงูได้แรงกว่ายาแก้พิษปัจจุบัน 10 เท่าในห้องทดลอง ทีมวิจัยมีนักวิทยาศาสตร์ไทยร่วมด้วย

อ่านข่าว
ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต บทเรียนระบบเตือนภัยต่างประเทศ
สังคม

ธารน้ำแข็งหิมาลัยถล่ม น้ำท่วมเนปาล-ทิเบต บทเรียนระบบเตือนภัย

ธารน้ำแข็งแตกที่ความสูง 5,200 เมตร ทำน้ำท่วมฉับพลันชายแดนเนปาล-ทิเบต นักวิทยาศาสตร์ชี้เตือนล่วงหน้าได้ถ้ามีระบบเฝ้าระวัง

อ่านข่าว