ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคนใน 2 สัปดาห์ รัฐแจกสิทธิ์ AI ระดับโปรฟรี 5 ล้านที่นั่ง

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 13 นาที
แชร์บทความนี้
TH-AI Passport ทะลุ 1.47 ล้านคนใน 2 สัปดาห์ รัฐแจกสิทธิ์ AI ระดับโปรฟรี 5 ล้านที่นั่ง
ภาพ: มุมสูงศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ที่ตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ดูแลโครงการ TH-AI Passport — Setawut — CC BY 4.0 (Wikimedia Commons)

โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งแจกสิทธิ์ให้คนไทยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับโปรฟรีมากถึง 5 ล้านที่นั่ง มียอดผู้ลงทะเบียนสำเร็จทะลุ 1.47 ล้านคนแล้ว ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 เพียงไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังเปิดให้บริการจริงเมื่อ 31 สิงหาคม ถือเป็นหนึ่งในโครงการแจกสิทธิ์เข้าถึง AI ระดับประเทศที่ใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของโลก และกำลังเป็นกระแสที่คนไทยพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในสัปดาห์นี้

TH-AI Passport คืออะไร

TH-AI Passport เป็นแพลตฟอร์มกลางชื่อ AiPASS ที่รวมบริการ AI ระดับโปร (paid-tier) จากผู้ให้บริการกว่า 14 ราย รวมกว่า 30 โมเดล ไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทั้งการสร้างภาพ สร้างวิดีโอ ผลิตเพลง ค้นคว้าเชิงลึก (deep research) เขียนโค้ด และสร้างเว็บไซต์ — งานที่ปกติต้องสมัครสมาชิกแยกกันหลายเจ้าและมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนไม่น้อย

เปิดให้ คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ ผู้ประกอบการ หรือประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ de.aipass.net โดยต้องยืนยันตัวตนด้วยแอปทางรัฐหรือ ThaID ร่วมกับบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple (ระบบไม่รองรับโหมดไม่ระบุตัวตน/Incognito) จำกัดสิทธิ์ทั้งหมด 5 ล้านที่นั่ง และเปิดให้ใช้งานไปจนถึง 31 สิงหาคม 2570

โครงการเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2569 ก่อนเปิดใช้งานจริงในวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 9 โมงเช้า และมีโบนัสพิเศษสำหรับผู้ที่สมัครก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 คือจะได้รับการอัปเกรดเป็นสิทธิ์ระดับ "Creator" โดยอัตโนมัติ ซึ่งเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ขั้นสูงกว่าระดับพื้นฐาน

True Digital Park ย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ ศูนย์กลางสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีดิจิทัลของไทย ภาพ: ตัวเอง — CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)

ตัวเลขความคืบหน้า ณ ต้นเดือนกันยายน

หลังเปิดให้ลงทะเบียนเพียง 2 วัน (20 สิงหาคม) ยอดสมัครก็ทะลุหลัก 1 ล้านคนแล้ว และเมื่อเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ด BDE) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ แถลงความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน ตัวเลขก็ขยับขึ้นไปอีกมาก:

ตัวชี้วัด (ณ 3–4 ก.ย. 2569)จำนวน
ผู้ลงทะเบียนสำเร็จ1.47 ล้านคน
พรอมป์ต์ที่ใช้งานสะสมกว่า 4 ล้านครั้ง
ผู้เรียนจบอย่างน้อย 1 บทเรียน722,030 คน
ผู้เรียนจบหลักสูตรเต็มพร้อมรับใบรับรอง113,758 คน
ที่นั่งทั้งหมดของโครงการ5,000,000 คน
ระยะเวลาที่เปิดใช้งาน19 ส.ค. 2569 – 31 ส.ค. 2570

ข้อมูล ณ 3–4 กันยายน 2569 — สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และไทยรัฐ

ด้วยอัตราการสมัครที่ยังคงเร็วต่อเนื่อง นักวิเคราะห์และสื่อหลายสำนักมองว่าที่นั่งทั้ง 5 ล้านอาจเต็มเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนเริ่มโครงการ ทาง BDE จึงสั่งให้ผู้รับจ้างเร่งจัดทำแดชบอร์ดเรียลไทม์แสดงยอดลงทะเบียนและยอดผู้ผ่านการอบรมให้สาธารณชนติดตามได้

ทำไมรัฐบาลไทยทุ่มงบให้เรื่องนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายไชยชนก ชิดชอบ อธิบายเหตุผลเบื้องหลังโครงการไว้ชัดเจนว่า "ประเทศใดก็ตามที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึง AI ได้ก่อน จะมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกว่า" — สะท้อนมุมมองว่าการแข่งขันด้าน AI ระดับโลกไม่ได้วัดกันแค่ที่จำนวนบริษัทเทคโนโลยี แต่วัดกันที่สัดส่วนประชากรที่ใช้ AI เป็นในชีวิตประจำวันด้วย

โครงการวางเป้าหมายไว้ 2 ข้อหลัก คือ (1) ขยายการเข้าถึง AI ให้พ้นจากกลุ่มคนที่มีกำลังจ่ายค่าสมาชิกระดับโปรอยู่แล้ว ไปถึงกลุ่มที่ไม่เคยมีโอกาสใช้เครื่องมือระดับนี้มาก่อน และ (2) วางกรอบเป็น "การลงทุนพัฒนาศักยภาพคน" ไม่ใช่การแจกของฟรีเฉย ๆ โดยดำเนินการผ่าน 3 เสาหลัก คือ เข้าถึง (Access) → เรียนรู้ (Learn) → นำไปใช้ (Apply) พ่วงด้วยคอร์สอบรมทักษะ AI กว่า 96 คอร์ส ที่อ้างอิงมาตรฐานสากลจาก UNESCO, อาเซียน และ ETDA ผู้เรียนจบจะได้รับใบรับรองที่นำไปต่อยอดการศึกษาหรือสมัครงานได้จริง

สถานีรถไฟฟ้า BTS ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมจอดิจิทัลและป้ายโฆษณา สะท้อนชีวิตดิจิทัลประจำวันของคนเมืองไทย ภาพประกอบ: สถานี BTS สยาม กรุงเทพฯ — Romtam — CC BY-SA 3.0 (Wikimedia Commons)

ความโปร่งใสด้านงบประมาณ และคำถามเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล

จุดที่ถูกจับตาไม่แพ้ยอดผู้ใช้คือเรื่องงบประมาณ โครงการนี้ใช้โมเดล "Pay-Per-Active-User" คือรัฐจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการ AI เฉพาะยอดผู้ใช้งานจริงที่ผ่านเกณฑ์ (สมัคร ใช้งานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และผ่านคะแนนการอบรมตามที่กำหนด) ในอัตราประมาณ 24.6951 บาทต่อคนต่อเดือน ไม่ใช่การอนุมัติงบก้อนใหญ่ล่วงหน้าแบบเหมาจ่าย ซึ่งฝ่ายบริหารโครงการยืนยันว่าเป็นการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ส่วนคำถามเรื่องความเป็นส่วนตัว รัฐมนตรีดีอีชี้แจงว่าสัญญากับผู้ให้บริการ AI ทุกรายมีข้อกำหนดห้ามนำข้อมูลบทสนทนาของผู้ใช้ไปเก็บสะสมหรือใช้พัฒนา/ฝึกฝนโมเดลต่อ ซึ่งรัฐบาลระบุว่าทำให้ปลอดภัยกว่าการใช้แพลตฟอร์ม AI ทั่วไปด้วยบัญชีส่วนตัว อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนลงทะเบียนยังคงต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนหนึ่ง เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน อาชีพ และช่วงรายได้ เพื่อยืนยันตัวตนและคัดกรองสิทธิ์ตามเกณฑ์อายุ ผู้ที่กังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัวควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มก่อนกดสมัครทุกครั้ง

สมัครอย่างไร และก้าวต่อไป

ผู้ที่สนใจสมัครสามารถเข้าเว็บไซต์ de.aipass.net จากเบราว์เซอร์ปกติ (ไม่ใช่โหมดไม่ระบุตัวตน) แล้วยืนยันตัวตนผ่านแอปทางรัฐหรือ ThaID ร่วมกับบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple จากนั้นจะสามารถเลือกใช้งานเครื่องมือ AI ที่ต้องการและเริ่มคอร์สอบรมได้ทันที เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดที่ 5 ล้านคนและยอดสมัครยังเพิ่มต่อเนื่องในอัตราหลักแสนคนต่อสัปดาห์ ผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนแต่สนใจสิทธิ์ระดับ Creator ฟรี ควรรีบสมัครก่อนกำหนดโบนัส 30 พฤศจิกายน 2569

ทาง BDE ระบุว่าจะเปิดเผยแดชบอร์ดเรียลไทม์ให้สาธารณชนติดตามยอดลงทะเบียนและผลการอบรมอย่างต่อเนื่อง และจะประเมินผลโครงการเป็นระยะตลอดปีที่เปิดให้บริการ เพื่อดูว่าการลงทุนพัฒนาให้คนไทยเข้าถึง AI ในระดับประเทศครั้งนี้ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและสร้างทักษะที่ใช้ได้จริงในตลาดแรงงานได้มากน้อยเพียงใด

หากสนใจเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลของไทยเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่ ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาค และ ดาวเทียมไทยดวงแรก TSC-1

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

TH-AI Passport คืออะไร ใครสมัครได้บ้าง?
เป็นโครงการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปใช้ AI ระดับโปรจากผู้ให้บริการกว่า 14 รายฟรี ผ่านแพลตฟอร์มกลาง AiPASS จำกัดจำนวน 5 ล้านที่นั่ง สมัครได้ที่ de.aipass.net
ต้องเสียเงินหรือไม่?
ผู้ใช้ไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลเป็นผู้จ่ายให้ผู้ให้บริการ AI แทน ในอัตราประมาณ 24.70 บาทต่อผู้ใช้งานจริงต่อเดือน (Pay-Per-Active-User) เฉพาะผู้ที่ใช้งานและผ่านเกณฑ์การอบรมตามที่กำหนด
ข้อมูลส่วนตัวที่กรอกตอนสมัครปลอดภัยแค่ไหน?
รัฐมนตรีดีอีระบุว่าสัญญากับผู้ให้บริการ AI ห้ามนำข้อมูลการสนทนาไปเก็บหรือใช้ฝึกโมเดลต่อ อย่างไรก็ตามการสมัครต้องยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ผู้ใช้ควรอ่านเงื่อนไขความเป็นส่วนตัวก่อนสมัครเสมอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพไทย
เทคโนโลยี

ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ

บีโอไอเผยยอดขอลงทุนต่างชาติครึ่งแรกปี 2569 พุ่ง 80% เป็น 1.37 ล้านล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์และ AI มูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท สร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง

อ่านข่าว
นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทยไทย
เทคโนโลยี

นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวิรัตน์ นำคณะนักธุรกิจกว่า 100 คน เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 ก.ค. 2569 เข้าร่วม WAIC 2026 ณ เซี่ยงไฮ้ พบสีจิ้นผิง และลงนาม MOU 14 ฉบับ มุ่งดึงทุน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ไทย

อ่านข่าว
ไทยผงาดสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์-AI แห่งอาเซียน BOI ไฟเขียวลงทุนระลอกใหม่ 9.58 แสนล้านบาทไทย
เทคโนโลยี

ไทยผงาดสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์-AI แห่งอาเซียน BOI ไฟเขียวลงทุนระลอกใหม่ 9.58 แสนล้านบาท

บีโอไอไฟเขียวลงทุนดิจิทัล 6 โครงการรวม 9.58 แสนล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ ขณะ Google, AWS และ Microsoft ตั้งศูนย์คลาวด์ในไทย ดันไทยสู่ฮับ AI อาเซียน

อ่านข่าว