ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ยอดขายรถ EV ไทยทุบสถิติเดือน ม.ค. 69 ทะลุ 44,000 คัน ดันส่วนแบ่งแตะ 48% ไทยผงาดฐานผลิต-ส่งออกรถไฟฟ้าอาเซียน

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 15 นาที
แชร์บทความนี้
ยอดขายรถ EV ไทยทุบสถิติเดือน ม.ค. 69 ทะลุ 44,000 คัน ดันส่วนแบ่งแตะ 48% ไทยผงาดฐานผลิต-ส่งออกรถไฟฟ้าอาเซียน
Photo: 2025 BYD Atto 3 Extended โดย Chanokchon — CC BY-SA 4.0 via Wikimedia Commons

วงการยานยนต์ไทยสร้างหมุดหมายครั้งสำคัญ เมื่อยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ในเดือน มกราคม 2569 พุ่งทะยานกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับ กว่า 44,000 คัน ซึ่งเป็นสถิติรายเดือนสูงสุดเท่าที่ประเทศไทยเคยทำได้ ดันส่วนแบ่งรถไฟฟ้าในตลาดรถใหม่ขึ้นไปอยู่ที่ราว 48% ทำลายสถิติเดิมที่ 37% ในเดือนธันวาคม 2568 — สะท้อนชัดว่าคนไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถไฟฟ้าเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด

สถิติใหม่ที่ทุบของเดิมแทบทุกตัว

ตัวเลขสถิติไม่ได้มาเดี่ยว ๆ ตลาดรถยนต์รวมของไทยในเดือนมกราคม 2569 เติบโต 41.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ราว 90,283 คัน โดยมีรถไฟฟ้าเป็นหัวหอกสำคัญ แบรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ BYD ซึ่งทำยอดขายถึง 12,791 คัน ในเดือนเดียว ทุบสถิติเดิมของตัวเองที่ 6,370 คันเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ลงอย่างราบคาบ

เมื่อมองที่รุ่นรถ ภาพยิ่งชัด — Jaecoo 5 EV กลายเป็นรถขายดี อันดับ 2 ของตลาดรวม (ส่วนแบ่ง 7.5%) ตามมาด้วย BYD Dolphin อันดับ 3 (6.5%) และ BYD Atto 3 อันดับ 6 การที่รถไฟฟ้าหลายรุ่นติดท็อปของตลาดรถทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในกลุ่ม EV ด้วยกันเอง คือสัญญาณว่ารถไฟฟ้าได้กลายเป็น "ตัวเลือกกระแสหลัก" ของผู้บริโภคไทยไปแล้ว

อะไรจุดชนวนยอดขายให้พุ่ง

การพุ่งขึ้นในเดือนมกราคมมีเหตุผลรองรับชัดเจน ส่วนหนึ่งมาจากการที่รัฐ ขยายกำหนดเส้นตายการจดทะเบียน รถภายใต้มาตรการสนับสนุน EV3 จากเดิมที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 ออกไปเป็นเดือนมกราคม 2569 (ประกาศเมื่อพฤศจิกายน 2568) ทำให้ค่ายรถเร่งจดทะเบียนรถให้ทันสิทธิประโยชน์

อีกแรงหนุนสำคัญคือการ ปรับลดภาษีสรรพสามิต สำหรับรถ BEV ที่เริ่มมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้าได้ลดอัตราจาก 8% เหลือเพียง 2% ขณะที่รถกระบะไฟฟ้าลดจาก 2% เหลือ 0% สำนักวิเคราะห์มองว่ายอดเดือนมกราคมที่พุ่งแรงนี้บางส่วนเป็นการเร่งจดทะเบียนครั้งเดียว (one-off) ก่อนเส้นตาย แต่ก็ตอกย้ำดีมานด์รถไฟฟ้าในไทยที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ตลอดทั้งปี 2568 ไทยขายรถ BEV ได้ราว 120,301 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อนหน้า ดันส่วนแบ่งรถไฟฟ้าทั้งปีไปอยู่ที่ราว 19.4% ของยอดขายรถใหม่ — เป็นฐานที่มั่นคงก่อนสถิติเดือนมกราคม 2569

โครงข่ายสถานีชาร์จที่ขยายตัวตามทัน

สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถ EV ที่หัวหิน ประเทศไทย สถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) ในประเทศไทย — โครงข่ายชาร์จที่ขยายตัวเป็นหัวใจที่ทำให้คนไทยมั่นใจเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า — Photo via Wikimedia Commons, CC

การที่ผู้คนกล้าเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าได้ ส่วนหนึ่งมาจาก โครงข่ายสถานีชาร์จที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูล ณ ต้นปี 2569 ไทยมีสถานีชาร์จสาธารณะหลายพันแห่งและหัวชาร์จรวมกว่าหมื่นหัว ครอบคลุมทั้งหัวชาร์จเร็วแบบ DC และหัวชาร์จธรรมดาแบบ AC

ผู้เล่นรายใหญ่ที่ขับเคลื่อนโครงข่ายนี้ ได้แก่ EV Station PluZ ในเครือกลุ่ม ปตท. ที่ครองส่วนแบ่งราว 30% ตามด้วย EA Anywhere ของกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ และ PEA VOLTA ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การมีสถานีชาร์จกระจายตัวมากขึ้นทั้งในเมืองและตามเส้นทางหลักช่วยคลายความกังวลเรื่อง "วิ่งไกลแล้วไฟหมด" ซึ่งเคยเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า

ไทยผงาดสู่ฐานผลิตและส่งออกรถ EV

รถยนต์ไฟฟ้า BYD Dolphin หนึ่งในรุ่นที่ผลิตและส่งออกจากไทย BYD Dolphin หนึ่งในรุ่นขายดีของไทยและเป็นรถที่ผลิตจากโรงงานในระยองเพื่อส่งออก — Photo via Wikimedia Commons, CC

เบื้องหลังยอดขายในประเทศที่ร้อนแรง คือการที่ไทยกำลังกลายเป็น ฐานผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค อย่างเป็นรูปธรรม โรงงาน BYD ที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโรงงานนอกประเทศจีนแห่งแรกของบริษัท เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่กลางปี 2567 และในเดือนสิงหาคม 2568 ได้ ส่งออกรถ Dolphin ที่ผลิตในไทยล็อตแรกไปยังยุโรป ราว 959 คัน นับเป็นก้าวสำคัญที่ยกระดับไทยจาก "ตลาดผู้ซื้อ" ไปสู่ "ฐานผู้ผลิต"

รัฐบาลยังปรับมาตรการส่งเสริมให้ค่ายรถได้ เครดิตการผลิตเพื่อส่งออกในอัตรา 1.5 ต่อ 1 (จากเดิม 1 ต่อ 1) เพื่อจูงใจให้ใช้ไทยเป็นฐานส่งออก โดยคาดการณ์ว่ายอดส่งออกรถ EV จากไทยจะเพิ่มขึ้นจากราว 12,500 คันในปี 2568 เป็นราว 52,000 คันในปี 2569 ขณะที่ภาคนี้สร้างงานในประเทศไปแล้วกว่า 9,600 ตำแหน่ง โดยแรงงาน 85–95% เป็นคนไทย — เฉพาะ BYD จ้างคนงานกว่า 5,900 คนและตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพนักงานไทยเป็น 95% ภายในปี 2569

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับคนไทย

สำหรับผู้บริโภคทั่วไป กระแสนี้แปลว่า ตัวเลือกรถ EV ที่หลากหลายขึ้นและราคาที่แข่งขันกันดุเดือด ทั้งจากแบรนด์จีนที่ครองส่วนแบ่งราว 46.8% ของตลาดเดือนมกราคม และค่ายรถญี่ปุ่น-ยุโรปที่ทยอยส่งรถไฟฟ้าเข้าตลาด การแข่งขันที่สูงขึ้นมักหมายถึงสเปกที่ดีขึ้นในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

ในแง่ค่าใช้จ่าย ค่าพลังงานต่อกิโลเมตรของรถไฟฟ้ายังต่ำกว่ารถน้ำมันอย่างเห็นได้ชัด หากบ้านไหนติด โซลาร์รูฟท็อป ไว้ด้วย ก็ยิ่งช่วยลดต้นทุนการชาร์จลงไปอีก — ใครกำลังชั่งใจระหว่างรถไฟฟ้ากับรถน้ำมัน อ่านเปรียบเทียบได้ที่ รถ EV กับรถน้ำมัน เลือกแบบไหนคุ้มกว่าในปี 2026 ส่วนใครสนใจผลิตไฟใช้เองเพื่อชาร์จรถ ลองดู ติดโซลาร์รูฟท็อปคุ้มไหม คืนทุนกี่ปี และเคล็ดลับ ลดค่าไฟในบ้าน

ทั้งนี้ คนที่กำลังจะออกรถคันแรกควรศึกษาเรื่องประกันและค่าใช้จ่ายแฝงควบคู่กันไปด้วย — ดูแนวทางได้ที่ คู่มือซื้อรถคันแรก และ ประกันรถชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง นอกจากนี้กระแสรถไฟฟ้ายังเชื่อมโยงกับการที่ไทยกำลังกลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีของภูมิภาค ดังที่เห็นได้จาก การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์-AI ระลอกใหญ่

มองไปข้างหน้า

แม้ยอดเดือนมกราคมส่วนหนึ่งจะเป็นการเร่งจดทะเบียนก่อนเส้นตายมาตรการ แต่ทิศทางระยะยาวของตลาดรถไฟฟ้าไทยยังคงเป็นขาขึ้น ทั้งจากนโยบายสนับสนุน โครงข่ายชาร์จที่ขยายตัว ราคาแบตเตอรี่ที่ถูกลง และการที่ไทยกลายเป็นฐานผลิตทำให้ต้นทุนรถในประเทศแข่งขันได้ดี

โจทย์สำคัญที่ต้องจับตาต่อไปคือการทำให้ ไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จมาจากแหล่งพลังงานสะอาด มากขึ้น เพื่อให้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมของรถไฟฟ้าเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้ทันความต้องการ หากไทยเดินเกมนี้ได้ดี การเป็น ศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ข้อมูลสรุป (สถิติเดือนมกราคม 2569):

  • ยอดจดทะเบียน BEV: กว่า 44,000 คัน (สถิติรายเดือนสูงสุด) ส่วนแบ่งราว 48%
  • ตลาดรถรวมโต 41.9% · BYD ทำยอด 12,791 คัน ทุบสถิติตัวเอง
  • รุ่นขายดี: Jaecoo 5 EV (อันดับ 2) · BYD Dolphin (อันดับ 3) · BYD Atto 3 (อันดับ 6)
  • ส่งออก: BYD ระยองส่งออกสู่ยุโรป · คาดยอดส่งออกพุ่งจาก ~12,500 (2568) สู่ ~52,000 คัน (2569)

ทั้งหมดนี้คือสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มตัว — ทั้งในฐานะผู้ใช้และผู้ผลิต — ซึ่งเป็นข่าวดีต่อทั้งกระเป๋าเงินของผู้บริโภค การจ้างงานในประเทศ และคุณภาพอากาศในระยะยาว

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

ยอดขายรถ EV ของไทยเดือนมกราคม 2569 ทำสถิติเท่าไร?
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) ทั้งรถยนต์นั่งและรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเบาเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน แตะระดับกว่า 44,000 คัน ซึ่งเป็นสถิติรายเดือนสูงสุดของไทย โดยส่วนแบ่งของรถไฟฟ้าขึ้นไปอยู่ที่ราว 48% สูงกว่าสถิติเดิมที่ 37% ในเดือนธันวาคม 2568
ทำไมยอดขายเดือนมกราคมถึงพุ่งสูงขนาดนี้?
ปัจจัยหลักคือการที่รัฐขยายกำหนดเส้นตายการจดทะเบียนภายใต้มาตรการ EV3 จากเดิมสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 ออกไปเป็นมกราคม 2569 ประกอบกับการปรับลดภาษีสรรพสามิตรถ BEV ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 (รถยนต์นั่งลดจาก 8% เหลือ 2% รถกระบะไฟฟ้าลดจาก 2% เหลือ 0%) ทำให้ค่ายรถเร่งจดทะเบียนรถ จึงเป็นการพุ่งครั้งเดียวบางส่วน
รถ EV รุ่นไหนขายดีที่สุดในไทยช่วงต้นปี 2569?
ในเดือนมกราคม 2569 Jaecoo 5 EV ขึ้นเป็นรถขายดีอันดับ 2 ของตลาดรวม (ส่วนแบ่ง 7.5%) ตามด้วย BYD Dolphin อันดับ 3 (6.5%) และ BYD Atto 3 อันดับ 6 ส่วน BYD ทำยอด 12,791 คันในเดือนเดียว ทุบสถิติเดิมของตัวเอง
ไทยกลายเป็นฐานส่งออกรถ EV จริงหรือไม่?
ใช่ โรงงาน BYD ที่ระยองเริ่มส่งออกรถ Dolphin ที่ผลิตในไทยไปยุโรปตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 และรัฐปรับมาตรการให้เครดิตการผลิตเพื่อส่งออก 1.5 ต่อ 1 คาดว่ายอดส่งออกรถ EV จากไทยจะเพิ่มจากราว 12,500 คันในปี 2568 เป็นราว 52,000 คันในปี 2569
ตอนนี้ไทยมีสถานีชาร์จรถไฟฟ้ามากแค่ไหน?
ข้อมูล ณ ต้นปี 2569 ไทยมีสถานีชาร์จสาธารณะหลายพันแห่งและหัวชาร์จกว่าหมื่นหัว ครอบคลุมทั้งหัวชาร์จเร็ว (DC) และชาร์จธรรมดา (AC) นำโดยเครือข่าย EV Station PluZ ของกลุ่ม ปตท., EA Anywhere และ PEA VOLTA
ผู้บริโภคทั่วไปได้ประโยชน์อะไรจากกระแสนี้?
ตัวเลือกรถ EV ที่มากขึ้นและการแข่งขันด้านราคาช่วยให้ผู้บริโภคได้รถที่คุ้มค่าขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อกิโลเมตรต่ำกว่ารถน้ำมัน อีกทั้งโครงข่ายสถานีชาร์จที่ขยายตัวทำให้ใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประวัติศาสตร์! รถยนต์ไฟฟ้าขายดีแซงหน้ารถเบนซินในอังกฤษเป็นครั้งแรกต่างประเทศ
เทคโนโลยี

ประวัติศาสตร์! รถยนต์ไฟฟ้าขายดีแซงหน้ารถเบนซินในอังกฤษเป็นครั้งแรก

Carbon Brief เผยรอบ 12 เดือนถึง พ.ค. 2569 รถไฟฟ้าล้วนในอังกฤษจดทะเบียน 516,490 คัน แซงรถเบนซิน 504,010 คัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อ่านข่าว
ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพไทย
เทคโนโลยี

ลงทุนต่างชาติไทยพุ่ง 80% แตะ 1.37 ล้านล้านบาท ดาต้าเซ็นเตอร์-AI นำทัพ

บีโอไอเผยยอดขอลงทุนต่างชาติครึ่งแรกปี 2569 พุ่ง 80% เป็น 1.37 ล้านล้านบาท นำโดยดาต้าเซ็นเตอร์และ AI มูลค่า 1.12 ล้านล้านบาท สร้างงานกว่า 82,000 ตำแหน่ง

อ่านข่าว
นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทยไทย
เทคโนโลยี

นายกฯ อนุทิน นำทัพ 100 นักธุรกิจบุกจีน ร่วม WAIC 2026 ดึงทุน AI-EV เข้าไทย

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวิรัตน์ นำคณะนักธุรกิจกว่า 100 คน เยือนจีนอย่างเป็นทางการ 16-20 ก.ค. 2569 เข้าร่วม WAIC 2026 ณ เซี่ยงไฮ้ พบสีจิ้นผิง และลงนาม MOU 14 ฉบับ มุ่งดึงทุน AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่ไทย

อ่านข่าว