ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ดาวเทียม TSC-1 ฝีมือคนไทยสร้างเองกว่า 60% ผ่านทดสอบสุดหิน เตรียมทะยานสู่อวกาศปี 2027

โดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 13 นาที
แชร์บทความนี้
ดาวเทียม TSC-1 ฝีมือคนไทยสร้างเองกว่า 60% ผ่านทดสอบสุดหิน เตรียมทะยานสู่อวกาศปี 2027
ภาพ: NARIT Planetarium โดย JulladaNARIT — CC BY-SA 4.0 ผ่าน Wikimedia Commons

วิศวกรไทยกำลังเข้าใกล้ความฝันครั้งสำคัญ เมื่อ ดาวเทียมวิจัย TSC-1 ที่ออกแบบและประกอบขึ้นภายในประเทศกว่า 60% ผ่านการทดสอบสภาวะสุดขั้วเสมือนอยู่ในอวกาศจริงเรียบร้อยแล้ว และเตรียมส่งตัวจริงขึ้นสู่วงโคจรในปี 2027 — นับเป็นหมุดหมายที่ตอกย้ำว่าประเทศไทยกำลังก้าวจาก "ผู้ใช้เทคโนโลยี" ไปสู่การเป็น "ผู้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง" (Deep Tech) ได้ด้วยมือคนไทยเอง

คนไทยสร้างเองกว่า 60% — ไม่ใช่แค่ซื้อมาประกอบ

เมื่อกลางเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของดาวเทียม TSC-1 ที่ห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

หัวใจสำคัญของข่าวนี้คือคำว่า "สร้างเอง" ไม่ใช่การซื้อดาวเทียมสำเร็จรูปจากต่างชาติ แต่วิศวกรไทยเป็นผู้ออกแบบและประกอบชิ้นส่วนสำคัญเองกว่า 60% ทั้งกล้องถ่ายภาพรายละเอียดสูง ระบบซอฟต์แวร์ควบคุมการวางตัวของดาวเทียม (Attitude Control) ไปจนถึงสถานีภาคพื้นดินที่ใช้สื่อสารและรับข้อมูล ซึ่งเกือบทั้งหมดถูกออกแบบและประกอบขึ้นโดยคนไทย

"นี่คือหมุดหมายที่บ่งบอกว่าประเทศไทยกำลังก้าวข้ามจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี ไปสู่การเป็นผู้พัฒนา Deep Tech อย่างเต็มตัว" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว พร้อมเสริมว่าเป้าหมายระยะยาวคือ "การสร้างประเทศรายได้สูงด้วยการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม"

ผ่านบททดสอบที่หินที่สุด

วิศวกรในห้องปลอดเชื้อกำลังประกอบและทดสอบดาวเทียม — ภาพประกอบขั้นตอนการประกอบยานอวกาศ ภาพประกอบ: การประกอบและทดสอบดาวเทียมในห้องปลอดเชื้อ (clean room) ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศ — ESA/CC

ก่อนดาวเทียมดวงใดจะได้ขึ้นสู่อวกาศ มันต้องพิสูจน์ว่าทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุดเสียก่อน ทีมงานจึงนำ แบบจำลองทางวิศวกรรม (Engineering Model) ของ TSC-1 เข้าทดสอบหลายด่าน ได้แก่

  • สภาวะสุญญากาศและอุณหภูมิสุดขั้ว (Thermal Vacuum) — จำลองความเย็นจัดและร้อนจัดสลับกันในอวกาศ
  • ความทนทานต่อรังสี (Radiation) — เพราะนอกชั้นบรรยากาศไม่มีเกราะป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์และห้วงอวกาศ
  • แรงสั่นสะเทือนรุนแรง (Vibration) — จำลองแรงกระแทกมหาศาลตอนจรวดทะยานขึ้น

ผลปรากฏว่า Engineering Model ผ่านการทดสอบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นด่านที่ยากที่สุดด่านหนึ่งในการพัฒนาดาวเทียม ขั้นตอนถัดไปคือการสร้าง Flight Model หรือตัวจริงที่จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2027 และนำไปทดสอบอย่างเป็นระบบที่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติร่วมกับ GISTDA ต่อไป

ทำไมดาวเทียมดวงนี้ถึงสำคัญกับคนไทย

TSC-1 เป็นดาวเทียมขนาดเล็กระดับไมโครแซตเทลไลต์ น้ำหนักราว 100–120 กิโลกรัม โคจรในวงโคจรต่ำของโลกแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-Synchronous LEO) อุปกรณ์หลักคือ กล้องไฮเปอร์สเปกตรัล (Hyperspectral Imager) ที่ถ่ายภาพพื้นผิวโลกได้ในหลายช่วงคลื่นแสง ละเอียดกว่ากล้องทั่วไป

ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่ได้สวยงามเฉย ๆ แต่นำไปใช้งานจริงได้หลากหลาย ทั้งประเมินสุขภาพของป่าไม้ จำแนกชนิดพืชและวัชพืช วิเคราะห์ชนิดและผลผลิตของพืชเกษตร ตลอดจนตรวจหาภาวะขาดน้ำหรือธาตุอาหารในแปลงเพาะปลูก ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้มีค่ามหาศาลต่อเกษตรกร หน่วยงานป่าไม้ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

แต่คุณค่าที่ลึกกว่านั้นคือ องค์ความรู้ ทุกขั้นตอนการออกแบบ ทดสอบ และประกอบดาวเทียม คือการสร้างวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์อวกาศของไทยรุ่นใหม่ขึ้นมาจริง ๆ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมอวกาศไทยในอนาคต เช่นเดียวกับที่ไทยเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่างการเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาค

พลังของความร่วมมือ — หลายหน่วยงานช่วยกันคนละชิ้น

ภาพถ่ายพื้นผิวโลกจากดาวเทียม — ภาพประกอบงานสำรวจโลกด้วยดาวเทียม ภาพประกอบ: ภาพถ่ายพื้นผิวโลกจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ลักษณะข้อมูลที่ TSC-1 จะนำมาใช้ประโยชน์ — NASA/CC

โครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium — TSC) ไม่ใช่งานของหน่วยงานเดียว แต่เป็นการรวมพลังของหลายสถาบัน นำโดย NARIT ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (SLRI) และมหาวิทยาลัยมหิดลที่ดูแลอุปกรณ์วัดสภาพอวกาศ (Space Weather) โดยมีสถาบัน CIOMP ของจีนเป็นพันธมิตรช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกฝนทีมวิศวกรไทย

ที่น่าสนใจคือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ก็เข้ามาร่วมพัฒนาชิ้นส่วนสำคัญ ทั้ง แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนพร้อมระบบจัดการพลังงาน (BMS) ที่ทนอุณหภูมิสวิงตั้งแต่ติดลบ 20 ถึง 60 องศาเซลเซียส และ วัสดุโครงสร้างน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง สำหรับตัวดาวเทียม ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ต่อยอดไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นบนโลกได้อีกมาก

ก้าวต่อไป และความฝันที่ไกลถึงดวงจันทร์

ดาวเทียมขนาดเล็กโคจรในวงโคจรต่ำของโลก — ภาพประกอบดาวเทียมในอวกาศ ภาพประกอบ: ดาวเทียมขนาดเล็กโคจรในวงโคจรต่ำของโลก ลักษณะใกล้เคียงกับ TSC-1 — CC

TSC-1 เป็นเพียงก้าวแรกของแผนระยะยาว โครงการ TSC วางเป้าหมายพัฒนาดาวเทียมและยานอวกาศที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงความฝันใหญ่อย่าง ยานสำรวจห้วงอวกาศลึกและดวงจันทร์ (TSC-2) ที่ทีมไทยกำลังพัฒนาระบบขับเคลื่อนแบบไอออน (ion propulsion) ควบคู่กันไป

แม้เส้นทางสู่อวกาศจะยาวไกลและท้าทาย แต่ความสำเร็จของ TSC-1 ที่ผ่านบททดสอบสุดหินมาได้ คือเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยมีศักยภาพพอที่จะสร้างเทคโนโลยีระดับโลกได้เอง ไม่ต่างจากเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจอื่น ๆ อย่างนักศึกษาไทยที่พัฒนา AI ตรวจจับมาลาเรียจนคว้ารางวัลระดับโลก — สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่าวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมไทยกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง

ข้อมูลสรุปดาวเทียม TSC-1 (ข้อมูล ณ เม.ย. 2569):

รายละเอียดข้อมูล
ชื่อดาวเทียมTSC-1 (Thai Space Consortium Satellite-1)
ประเภทไมโครแซตเทลไลต์ ~100–120 กก.
สัดส่วนที่คนไทยสร้างเองกว่า 60%
อุปกรณ์หลักกล้องไฮเปอร์สเปกตรัล + อุปกรณ์วัดสภาพอวกาศ
วงโคจรSun-Synchronous LEO
สถานะEngineering Model ผ่านการทดสอบสุดขั้วแล้ว
กำหนดปล่อยปี ค.ศ. 2027
หน่วยงานนำNARIT ร่วมกับ GISTDA, SLRI, มหิดล, สวทช.

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

ดาวเทียม TSC-1 คืออะไร และต่างจากดาวเทียมไทยดวงก่อนอย่างไร?
TSC-1 เป็นดาวเทียมวิจัยขนาดเล็ก (ไมโครแซตเทลไลต์) ราว 100–120 กิโลกรัม ที่พัฒนาภายใต้โครงการภาคีความร่วมมืออวกาศไทย (Thai Space Consortium) จุดเด่นคือวิศวกรไทยออกแบบและประกอบเองกว่า 60% ตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ ซอฟต์แวร์ควบคุมการวางตัว ไปจนถึงสถานีภาคพื้นดิน ต่างจากดาวเทียมไทยดวงก่อน ๆ ที่ส่วนใหญ่ซื้อหรือว่าจ้างต่างชาติสร้างให้
ดาวเทียม TSC-1 จะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อไร?
ตามแผนล่าสุด ตัวจริงที่จะส่งขึ้นวงโคจร (Flight Model) มีกำหนดปล่อยในปี ค.ศ. 2027 หลังจากแบบจำลองทางวิศวกรรม (Engineering Model) ผ่านการทดสอบสภาวะสุดขั้วในอวกาศแล้ว
TSC-1 จะถ่ายภาพอะไร และเป็นประโยชน์ต่อคนไทยอย่างไร?
TSC-1 ติดตั้งกล้องไฮเปอร์สเปกตรัล (Hyperspectral Imager) ที่ถ่ายภาพพื้นผิวโลกในหลายช่วงคลื่นแสง นำมาประเมินสุขภาพป่าไม้ จำแนกชนิดพืช วิเคราะห์ผลผลิตและพื้นที่เกษตร ตรวจการขาดน้ำหรือธาตุอาหารของพืช ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ช่วยงานด้านการเกษตร ป่าไม้ และจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
หน่วยงานใดเป็นผู้พัฒนา TSC-1?
นำโดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ร่วมกับ GISTDA สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (SLRI) มหาวิทยาลัยมหิดล และ สวทช. โดยมีพันธมิตรต่างชาติคือสถาบัน CIOMP ของจีนช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี
โครงการ Thai Space Consortium มีแผนต่อไปอย่างไร?
TSC-1 เป็นก้าวแรกของแผนระยะยาว ถัดไปคือการพัฒนาดาวเทียมและยานอวกาศที่ซับซ้อนขึ้น โดยมีเป้าหมายไกลถึงการสร้างยานสำรวจห้วงอวกาศลึกและดวงจันทร์ (TSC-2) ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาน 'เทียนเวิน-2' ของจีนถึง 'ดวงจันทร์เสมือน' ของโลกแล้ว — เตรียมเก็บตัวอย่างดาวที่อาจเป็นชิ้นส่วนจากดวงจันทร์ต่างประเทศ
เทคโนโลยี

ยาน 'เทียนเวิน-2' ของจีนถึง 'ดวงจันทร์เสมือน' ของโลกแล้ว — เตรียมเก็บตัวอย่างดาวที่อาจเป็นชิ้นส่วนจากดวงจันทร์

ยาน Tianwen-2 ของจีนเข้าสู่วงโคจรดาวเคราะห์น้อย Kamoʻoalewa สำเร็จ 7 มิ.ย. 2026 เตรียมเข้าใกล้ 20 กม. วันที่ 4 ก.ค. — ดาวนี้อาจเป็นชิ้นส่วนจากดวงจันทร์

อ่านข่าว
อินเดียใกล้ส่งมนุษย์สู่อวกาศ: ISRO เตรียมปล่อยภารกิจ Gaganyaan-1 ไร้คนขับครึ่งหลังปี 2026ต่างประเทศ
เทคโนโลยี

อินเดียใกล้ส่งมนุษย์สู่อวกาศ: ISRO เตรียมปล่อยภารกิจ Gaganyaan-1 ไร้คนขับครึ่งหลังปี 2026

ISRO เตรียมปล่อย Gaganyaan-1 เที่ยวบินทดสอบไร้คนขับเที่ยวแรกครึ่งหลังปี 2026 ผ่านการทดสอบภาคพื้นกว่า 8,000 รายการ ก่อนส่งนักบินอวกาศจริงปี 2027

อ่านข่าว
NASA จับมือ Relativity Space ส่งยาน Aeolus สำรวจบรรยากาศดาวอังคาร หนุนมนุษย์ลงจอดปลอดภัยต่างประเทศ
เทคโนโลยี

NASA จับมือ Relativity Space ส่งยาน Aeolus สำรวจบรรยากาศดาวอังคาร หนุนมนุษย์ลงจอดปลอดภัย

NASA และ Relativity Space ประกาศความร่วมมือส่งยาน Aeolus ไปโคจรดาวอังคารปี 2028 เพื่อวัดลม อุณหภูมิ และฝุ่นชั้นบรรยากาศแบบรายวัน เตรียมพร้อมรองรับภารกิจมนุษย์ในอนาคต

อ่านข่าว