ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
tetono.

สเปรย์พาวเดอร์จาก KAIST หยุดเลือดสาหัสได้ใน 1 วินาที ปฏิวัติการแพทย์ฉุกเฉิน

ต่างประเทศโดย กองบรรณาธิการ Tetonoอ่าน 11 นาที
แชร์บทความนี้
สเปรย์พาวเดอร์จาก KAIST หยุดเลือดสาหัสได้ใน 1 วินาที ปฏิวัติการแพทย์ฉุกเฉิน
KAIST-Symbol-01 by Original uploader was Dr.aleks at en.wik… — CC BY 2.5 via Wikimedia Commons

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเกาหลี (KAIST) เผยโฉมผงสเปรย์ชนิดใหม่ที่อาจพลิกโฉมการแพทย์ฉุกเฉินไปตลอดกาล — ผง AGCL ที่ฉีดพ่นบนบาดแผลแล้วกลายเป็นเจลห้ามเลือดได้ภายในประมาณ 1 วินาที ด้วยวัสดุจากธรรมชาติล้วน ผลการวิจัยตีพิมพ์ใน Advanced Functional Materials วารสารวิทยาศาสตร์ที่มีค่าผลกระทบ (impact factor) สูงถึง 19 และได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ทำไมการห้ามเลือดถึงสำคัญนัก

เลือดออกอย่างรุนแรงจากบาดแผลนอกร่างกายคือหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่ ป้องกันได้ มากที่สุดทั้งในสถานการณ์ทางทหารและเหตุฉุกเฉินพลเรือน ผู้บาดเจ็บที่เสียเลือดหนักอาจเสียชีวิตได้ภายในเพียงไม่กี่นาทีหากไม่ได้รับการรักษาทัน

อุปกรณ์ห้ามเลือดแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นผ้าพันแผล ฟองน้ำห้ามเลือด หรือสายรัด (tourniquet) ล้วนมีข้อจำกัด โดยเฉพาะกับบาดแผลลึก ไม่สม่ำเสมอ หรืออยู่ในจุดที่ทั้งสาย tourniquet และผ้ากดไม่สามารถเข้าถึงได้ AGCL พาวเดอร์ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับช่องว่างนี้โดยตรง

ภาพประกอบ: การปฐมพยาบาลบาดแผลฉุกเฉิน

วัสดุธรรมชาติ 3 ชนิดที่ทำให้มันพิเศษ

ชื่อ "AGCL" มาจากส่วนประกอบหลักสามอย่างที่ผสานกันอย่างแม่นยำ:

Alginate (สารสกัดจากสาหร่ายทะเล) ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของการสร้างเจล เมื่อสัมผัสกับแคลเซียมไอออนในเลือด alginate จะเชื่อมโยงกันอย่างรวดเร็วและแข็งตัวเป็นโครงสร้างที่มั่นคง

Gellan Gum (สารที่ผลิตโดยแบคทีเรีย) เสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเจล ทำให้ทนแรงกดได้สูงถึง 40 กิโลปาสคาล — เทียบเท่ากับแรงกดมือที่กดแน่นบนบาดแผล

Chitosan (สารสกัดจากเปลือกกุ้งและแมลง) มีประจุบวกที่ดึงดูดเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด เร่งกระบวนการแข็งตัวของเลือดทั้งทางเคมีและชีวภาพ รวมทั้งสร้างผลต้านเชื้อแบคทีเรีย

เมื่อทั้งสามส่วนประกอบทำงานร่วมกัน ผลลัพธ์คือเจลที่ครอบคลุมบาดแผลได้แม้กระทั่งในรูปทรงที่ซับซ้อน และยึดแน่นพอที่จะต้านแรงดันจากการสูบฉีดของเลือด

ภาพประกอบ: กลไกการทำงานของวัสดุชีวภาพ — วัสดุที่เข้าสู่สภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำสามารถส่งเสริมการอยู่รอดของเซลล์และการซ่อมแซมบาดแผลได้

ตัวเลขที่พิสูจน์ประสิทธิภาพ

ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการเปิดเผยตัวเลขที่น่าทึ่งหลายด้าน:

คุณสมบัติค่าที่ทดสอบได้
ความเร็วในการห้ามเลือดประมาณ 1 วินาที
ปริมาณเลือดที่ดูดซับได้สูงถึง 725% (7.25 เท่า) ของน้ำหนักตัวเอง
แรงยึดเกาะเกิน 40 kPa
ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย99.9%
ความปลอดภัยต่อเซลล์ (cell viability)เกิน 99%
อายุการเก็บรักษา2 ปี ที่อุณหภูมิห้องและความชื้นสูง

ข้อมูล ณ วันที่ตีพิมพ์งานวิจัย — ผลการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ยังอยู่ระหว่างรอ

นายทหารประจำการที่กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของงานวิจัยนี้คือการมีส่วนร่วมของ Kyusoon Park นายพันที่ยังประจำการในกองทัพเกาหลีใต้และเป็นนักศึกษาปริญญาเอกควบคู่กัน ประสบการณ์โดยตรงจากสภาพแวดล้อมการรบช่วยให้ทีมวิจัยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ผ่านการทดสอบในห้องแล็บ

"แก่นของสงครามสมัยใหม่คือการลดการสูญเสียชีวิตมนุษย์ ผมเริ่มงานวิจัยนี้ด้วยความรู้สึกถึงพันธกิจในการช่วยชีวิตทหารแม้เพียงคนเดียวเพิ่มขึ้น" — Kyusoon Park นักวิจัย KAIST

งานวิจัยนำโดย ศาสตราจารย์ Steve Park (ภาควิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ) และ ศาสตราจารย์ Sangyong Jon (ภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ) ของ KAIST

ใครได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้

หากได้รับการอนุมัติ AGCL พาวเดอร์อาจกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในหลายบริบท:

  • ทหารและบุคลากรด้านความมั่นคง ที่ต้องรับมือบาดแผลจากอาวุธในพื้นที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล
  • รถพยาบาลและ EMT ที่ต้องการเครื่องมือห้ามเลือดที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว
  • ห้องฉุกเฉินและห้องผ่าตัด สำหรับจัดการเลือดออกระหว่างการผ่าตัดในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก
  • พื้นที่ภัยพิบัติและชนบทห่างไกล ที่ห่วงโซ่ความเย็นหรืออุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูงไม่พร้อมใช้

ประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่ชนบทและภูเขาที่การเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินยังเป็นความท้าทาย อาจได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อย่างมากในอนาคต

ภาพประกอบ: สาหร่ายทะเล (kelp) แหล่งที่มาตามธรรมชาติของ Alginate ส่วนผสมหลักที่ทำให้ AGCL กลายเป็นเจลได้เร็ว

ก้าวต่อไป: จากห้องแล็บสู่ชีวิตจริง

แม้ผลการทดสอบจะโดดเด่น แต่ AGCL ยังต้องผ่านขั้นตอนสำคัญอีกหลายขั้น:

  1. การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิผลในสภาพร่างกายจริง
  2. การรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น FDA ในสหรัฐ หรือหน่วยงานเทียบเท่าในเกาหลีและประเทศอื่น
  3. การผลิตในระดับอุตสาหกรรม ที่ยังคงคุณภาพสม่ำเสมอ

ทีมวิจัยเชื่อว่าหากผ่านขั้นตอนเหล่านี้ได้ AGCL จะไม่เพียงช่วยชีวิตทหารในสนามรบ แต่ยังพลิกโฉมการปฐมพยาบาลสำหรับทุกคนทั่วโลก ทั้งในโรงพยาบาล รถพยาบาล ไปจนถึงกล่องปฐมพยาบาลในบ้าน

ความก้าวหน้าในด้านการแพทย์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ — วัคซีน mRNA ต้านมะเร็งผิวหนัง melanoma และ AI ที่ช่วยคัดกรองวัณโรคในพื้นที่ขาดแคลนแพทย์ ก็เป็นตัวอย่างของนวัตกรรมทางการแพทย์ที่กำลังเปลี่ยนชีวิตคนในยุคปัจจุบัน

แหล่งข่าว

คำถามที่พบบ่อย

AGCL พาวเดอร์คืออะไร?
AGCL คือผงห้ามเลือดที่พัฒนาโดย KAIST ประเทศเกาหลีใต้ ทำจากวัสดุธรรมชาติ 3 ชนิดคือ Alginate, Gellan Gum และ Chitosan เมื่อสัมผัสกับเลือดจะเปลี่ยนเป็นเจลยึดแน่นภายในประมาณ 1 วินาที ช่วยหยุดเลือดได้อย่างรวดเร็ว
AGCL พาวเดอร์สามารถซื้อหาได้แล้วหรือยัง?
ยังไม่ได้วางจำหน่าย เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและต้องผ่านการทดลองทางคลินิกรวมถึงการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัยพบวิธีผลิตไฮโดรเจนสะอาดที่อุณหภูมิต่ำลง เปลี่ยนความร้อนทิ้งให้เป็นเชื้อเพลิงต่างประเทศ
สังคม

นักวิจัยพบวิธีผลิตไฮโดรเจนสะอาดที่อุณหภูมิต่ำลง เปลี่ยนความร้อนทิ้งให้เป็นเชื้อเพลิง

ทีมมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเพอรอฟสไกต์ ที่แยกน้ำเป็นไฮโดรเจนได้ที่อุณหภูมิเพียง 150–500°C เปิดทางผลิตเชื้อเพลิงสะอาดถูกลงและใกล้แหล่งพลังงานหมุนเวียน

อ่านข่าว
พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่าต่างประเทศ
สังคม

พบยาแก้พิษงูในเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง แรงกว่ายาปัจจุบัน 10 เท่า

นักวิจัยพบว่าโปรตีนจากเลือดงูเรทเทิลสเนคเอง เมื่อผสมกันหยุดพิษงูได้แรงกว่ายาแก้พิษปัจจุบัน 10 เท่าในห้องทดลอง ทีมวิจัยมีนักวิทยาศาสตร์ไทยร่วมด้วย

อ่านข่าว
กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปีต่างประเทศ
สังคม

กากาโป้ นกแก้วหนักที่สุดในโลก ประชากรทะลุ 300 ตัว ครั้งแรกในรอบ 75 ปี

นิวซีแลนด์ประกาศประชากรกากาโป้แตะ 325 ตัว หลังฤดูผสมพันธุ์ปี 2026 ให้ลูกนกทำลายสถิติ 90 ตัว จากจุดเริ่มต้นที่เหลือเพียง 51 ตัวเมื่อปี 1995

อ่านข่าว